หญิงพิการวัย 82 ปี หายออกจากบ้าน 6 วัน พบเสียชีวิตเปลือยกายกลางไร่ข้าวโพด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzYwLzM4MDI4NjIvemFzZGZkZ2YuanBn

พบศพหญิงพิการชราวัย 82 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณไร่ข้าวโพดใน จ.สระบุรี หลังหายออกจากบ้านนาน 6 วัน เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

(8 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.ศักดินัน กองปัญญา ร้อยเวรสอบสวน สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี ได้รับแจ้งว่า พบศพหญิงพิการเปลือยกาย ที่บริเวณกลางไร่ข้าวโพด ซ.7 ขวา หมู่ 10 ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จึงรายงานต่อ พ.ต.อ.วัชรินทร์ เมืองทิพย์ ผกก.สภ.หน้าพระลาน พร้อมประสานงาน แพทย์ชันสูติโรงพยาบาลสระบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยสว่างสระบุรี ไปยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบศพหญิงทราบชื่อ นางประไพ อายุ 82 ปี พิการขาข้างขวาขาดในสภาพนอนหงายเปลือยกาย ใกล้กันพบกางเกงขายาวสีน้ำเงิน เสื้อแขนสั้นลายดอกสีชมพู และห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบหวี 1 อัน ตรวจสอบตามร่างกายพบรอยไหม้ของผิวหนังจากแสงแดด คาดว่าเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 2 – 3 วัน

จากการสอบถามนางสายัณ ลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้ตายได้หายออกไปจากบ้านเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ตระเวนออกหาอยู่ทุกวัน มาถึงวันนี้เข้าวันที่ 6 จนมาพบกลายเป็นศพเสียแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยหายไปไหน รถเข็นก็ยังอยู่ที่บ้าน แต่ผู้ตายด้วยที่อายุมากอาจจะหลงลืม คลานออกมาจากบ้าน แล้วหาทางกลับบ้านไม่ได้ เสียชีวิตท่ามกลางแสงแดดและฝนที่ตกลงมาทุกวัน ไม่คิดว่าจะมีใครล่อลวงพาไปข่มขืนแล้วฆ่าหมกกลางไร่ข้าวโพด ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะว่า แม่อายุมากแล้ว ทรัพย์สินของมีค่าก็ไม่มีติดตัวไป

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่หลังตรวจสอบแล้วได้นำศพส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อทำการหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงในครั้งนี้ต่อไป

ดีเจอ้อนน้อย มอบตัว ร่ำไห้ขอโทษเหยื่อ-ตร.ให้ประกัน 1.5 แสน

“ดีเจ้อ้อนน้อย” มอบตัวตำรวจ ร่ำไห้ต่อหน้าสื่อ ขอโทษผู้เสียหาย อ้าง ทำไปเพื่อป้องกันตัว – ตร.แจ้งข้อหาให้ประกัน 1.5 แสนบาท

ดีเจอ้อนน้อย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาใช้แก้วน้ำกระแทกหน้า น.ส.พิชฤ์ บล็อกเกอร์สาว อายุ 28 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเย็บไป 100 เข็ม เหตุเกิดเหตุที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.60 ต่อมาทาง น.ส.เอิ๊ก บล็อคเกอร์บิวตี้ชื่อดัง ซึ่งเป็นพี่สาวของเหยื่อได้โพสต์คลิปลงโซเชียลเพื่อบอกเล่าเรื่องราว จนเป็นกระแสทั่วโลกออนไลน์

โดย ดีเจอ้อนน้อย เดินทางมาพร้อมกับ นายสุทัศน์ เกาไสยนันท์ ทนายส่วนตัวเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง โดย ดีเจอ้อนน้อย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเหตุการณ์วันนั้นตนเองทำไปเพราะต้องการป้องกันตนเองไม่ได้มีเจตนาทำร้าย เนื่องจากแฟนสาวถูกหาเรื่องก่อน

ขณะเดียวกัน ยืนยัน ว่าไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่ที่ยังไม่เข้ามอบตัวในทันที เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมเงินเพื่อมาประกันตัว และเข้าใจว่าจะมีการออกหมายเรียก โดยไม่คิดว่าจะถูกออกหมายจับ

นายสุทัศน์ ทนายความกล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธเนื่องจากไม่มีเจตนาทำร้าย ส่วนรายละเอียดวันเกิดเหตุยังไม่ได้พูดคุยกับลูกความ และยังไม่ได้ดูคลิปวิดิโอของพี่สาวผู้เสียหายที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุ เบื้องต้นพยานหลักฐานที่นำมาวันนี้ยังไม่เพียงพอ และจะกลับไปรวบรวมเพื่อนำส่งให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ได้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 150,000 บาท ยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านและไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการให้ประกันตัวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันไหน

เสี่ยวัย 77 ปี ช็อกดับคาม่านรูด หลังพาแท็กซี่สาวเข้าห้อง คาดหัวใจวาย

สลด! เสี่ยที่ดินย่านลาดพร้าว วัย 77 ปี เสียชีวิตคาม่านรูด หลังพาแท็กซี่สาวเข้าห้อง คาดหัวใจวายเฉียบพลัน

วันที่ 30 ก.ค. 2560 เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.ท.ปองกุล ทองบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุพบชายนอนเสียชีวิต ภายในม่านรูดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 17 ถนนเกษตร-นวมินทร์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเป็นห้องพักชั่วคราวปลูกติดเรียงกัน 2 ฝั่ง แบ่งฝั่งละ 11 ห้อง รวม 22 ห้อง ในราคาเริ่มต้น 385 บาท ที่ลานจอดห้องเอ 6 พบรถแท๊กซี่ ผู้ขับขี่คือ น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 31 ปี จอดแน่นิ่งอยู่ ภายในห้องพักพบศพเพศชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายบี (นามสมมติ) อายุ 77 ปี เป็นเศรษฐีที่ดินย่านลาดพร้าว

สภาพนอนหงายขาขวาพับคุดคู้ นุ่งเพียงผ้าขนหนู สีน้ำเงิน นอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตียงนอน จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการต่อสู้ และรื้อค้นทรัพย์สินแม้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้ดูแล ให้การว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.50 น. โชเฟอร์แท็กซี่ได้ขับรถเข้ามาใช้บริการภายในห้องเอ 6 ตามปกติ ซึ่งฝ่ายหญิงเป็นคนขับ ส่วนฝ่ายชายนั่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าโดยทั้งคู่มาใช้บริการเป็นครั้งแรก

เมื่อผ่านไปประมาณ 20 นาที ฝ่ายหญิงสวมชุดตามปกติวิ่งออกมาด้วยอาการแตกตื่นพร้อมทั้งมีอาการสั่นเครือไปทั้งตัวก่อนแจ้งพนักงานว่าฝ่ายชายจู่ๆ เกิดล้มฟุบนอนหมดสติให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือโดยด่วน แต่ไม่ทันการณ์มาทราบภายหลังว่าเสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหลังจากนี้จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชรพ.ตร. เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า โดยก่อนเกิดเหตุฝ่ายหญิงได้ขับรถไปรับฝ่ายชายย่านสำนักงานเขตลาดพร้าว ซึ่งฝ่ายชายเคยโทรศัพท์เรียกใช้บริการรถแท็กซี่คันดังกล่าวรวม 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก ให้พาไปซื้อนกที่สวนจตุจักร ทั้งนี้ ฝ่ายชายมีโรคประจำตัวคือความดัน อีกทั้งในวันนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของฝ่ายหญิงอีกด้วย

ตำรวจอึ้ง! จับหนุ่มค้ายาบ้า เจอพ่อผู้ต้องหาตั้งวงเสพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 ก.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ผกก.สส.ภ.จว.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ นำโดย พ.ต.ท.ไมตรี บุญมาศ รอง ผกก.สส.ภ.จว.อำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ที่บ้านหลังหนึ่ง ม.3 ต.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ มีชายวัยรุ่นตั้งตนเป็นเอนเยนต์ค้ายาบ้า ทราบชื่อภายหลังคือนายสกล อายุ 26 ปี

โดยใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นที่จำหน่ายยาบ้า และใช้สถานที่ดังกล่าวเปิดให้วัยรุ่นในชุมในมามั่วสุมเสพยาเสพติดกันอยู่เป็นประจำอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากชายคนดังกล่าว จนชายคนดังกล่าวหลงกลและยอมขายให้ เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อรับยาตามที่ได้ล่อซื้อไว้

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว ผู้ต้อหาได้ออกมายืนรอที่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สายลับลงไปทำทีซื้อยาบ้ากับผู้ต้องหาจำนวน 20 เม็ด เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท เมื่อผู้ต้องหาได้ส่งมอบยาให้กับสายลับเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง

จากนั่นเจ้าหน้าที่จึงได้ขอเข้าไปตรวจค้นภายใน เมื่อเข้าไปภายในบ้านเจ้าหน้าที่ถึงกับต้องผงะ เมื่อพบกลุ่มชายจำนวน 4 คน คือนายเตือน อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพ่อของผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ติดต่อล่อซื้อยาบ้าด้วย นายธรรมนูญ อายุ 20 ปี นายศักดิ์สิทธิ อายุ 38 และพลทหารจักรพงษ์ อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่ในระหว่างลากลับบ้าน และใกล้ที่จะปลดประจำกันในวันที่ 31 ก.ค.60 ที่จะถึงนี้

ทืั้งหมดกำลังพากันนั่งล้อมวงเสพยาบ้ากันอย่างเมามันส์ นอกจากนี้เจ้าหน้าตำรวจยังตรวจค้นเจอยาบ้าอีกจำนวน 25 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระปุกยาพารา เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ถึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ กองกำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ

พ.ต.ท.ไมตรี บุญมาศ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาที่ 1 คือนายสกล ยอมรับสารภาพว่ายาบ้าจำนวนทั้งหมด 45 เม็ด เป็นของตนจริง โดยจะรับยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านในราคาเม็ดละ 50 บาท มาขายต่อในราคาเม็ดละ 100 บาท ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง

ก่อนหน้าหนึ่งก็เคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่งในคดีจำหน่ายยาเสพ และเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั่น ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่เหลือยอมรับว่ามาซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาที่หนึ่งเสพ ขณะที่พ่อของผู้ต้องหาที่หนึ่งก็ขอยาบ้ามาเสพด้วยกัน

และผลจากการตรวจปัสสาวะทั้ง 5 คน พบว่ามีสารเสพติดทั้ง 5 คน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดกับนายสกล สุขสะอาด ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 4 คนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาเสพยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชานุมาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ขอบคุณที่มา. sanook

ปส.เผย ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ แจงรายได้ไม่สอดคล้องกับราคาลัมโบร์กินี

ผบช.ปส. ระบุ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ยังแจงที่มาของรายได้ ไม่สัมพันธ์กับราคาของรถลัมโบร์กินี – หากมาเข้าพบ พงส. วันนี้ จะยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า นายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้ประสานกับทางตำรวจว่าจะเดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะพนักงานสอบสวน ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยจะเข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับที่มาของรถลัมโบร์กินี กาลาโด, รถบิ๊กไบค์ ของกลาง รวมถึงที่มาของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่า ธุรกิจจำหน่ายและตกแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพียงอย่างเดียว และทำอาชีพนักแข่งรถเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ของนายเบนซ์

ทั้งนี้ ในวันนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและจะเป็นการเข้าให้ข้อมูลครั้งสุดท้าย โดยให้เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน แต่หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจะแจ้งข้อกล่าวหาพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อหาสมคบและสนับสนุน หรือช่วยเหลือการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ขณะที่ นายสรรชัย นพรัตน์ ฝ่ายกฎหมาย บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด, บริษัท ไฟแนนซ์ ของรถลัมโบร์กินี เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำเอกสารเกี่ยวกับการทำไฟแนนซ์ของรถคันดังกล่าว มามอบให้พนักงานสอบสวน ส่วนจะมีการเรียกมาพบอีกหรือไม่ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ยืนยันว่ารถลัมโบร์กินีจัดไฟแนนซ์ที่นี่จริง และยังไม่หมดสัญญากับทางบริษัท

ทางด้าน พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยว่า ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ออกหมายเรียก เบนซ์ เรซซิ่ง แต่เป็นทางแม่ของนายเบนซ์ได้ติดต่อประสานเข้ามา ว่าจะนำเอกสารมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าจะเดินทางมาเมื่อไหร่ แต่ตามหลักแล้ว นายเบนซ์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาให้ปากคำแล้ว เพราะพยานหลักฐานที่ตำรวจมีเพียงพอแล้ว

ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้อยู่ระหว่างการขอเอกสารการทำธุรกิจทางการเงินอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานต่างๆ เท่านั้น และเตรียมสรุปสำนวนคดีก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปทั้งหมด หากพบว่า นายเบนซ์ กระทำผิดจริงก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. จะเป็นผู้ตรวจสอบที่มาที่ไปของทรัพย์สินทั้งหมด ที่ตรวจยึดมาได้ทั้ง 12 รายการ