เกือบตาย! หนุ่มใหญ่เครียดจัด คว้าขวดน้ำมันเบนซินราดตัวจุดไฟเผา อาการสาหัส

ระทึก! หนุ่มใหญ่เครียดจัด นั่งพึมพำคนเดียว จู่ๆคว้าขวดน้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจุดไฟเผาตัวเองอาการสาหัส บริเวณริมถนน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยเร่งช่วยนำส่งโรงพยาบาลด่วน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzA0LzM1MjI2MDYveHNmc2VkeC5qcGc=

วันที่ 14 ก.ย. 2560 ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ รอง สว.สอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุคนจุดไฟเผาตัวเอง ตรงซุ้มประตูวัดอาษาสงคราม ข้างบ้านหลังหนึ่ง ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยใช้น้ำมันเบนซินใส่ขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร ใช้ไม้ขีดจุด จึงพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ และทำการช่วยเหลือ

พบนายประกาศิต อายุ 42 ปี ที่ก่อเหตุใช้น้ำมันเบนซินบรรจุขวดพลาสติกเทราดตัว และจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลจากการถูกไฟไหม้ทั้งร่างกาย นั่งร้องโวยวายทุรนทุลายด้วยความเจ็บปวดรอการช่วยเหลือ จึงปฐมพยาบาลก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบชนวนของการลงมือเผาตนเองในครั้งนี้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอาการสาหัส โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าพบเห็นชายคนดังกล่าวเดินมานั่งบริเวณที่เกิดเหตุได้ไม่นานและพูดจาวกวนไปมาคล้ายกับคนเครียดอย่างหนัก

จากนั้นไม่นานก็คว้าขวดน้ำมันเบนซินที่เตรียมมาเทราดจากศีรษะลงไป และใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟเผาตนเองทันที ซึ่งตำรวจจะเร่งหาสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป

ช็อกหนัก! ชายต่างชาติจุดไฟเผาตัวเอง หน้าสถานทูตอิหร่าน

ชายชาวต่างชาติจุดไฟเผาตัวเองประท้วงหน้าสถานทูตอิหร่าน ซอยสุขุมวิท 49 แยก 11 จนท.เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQ2LzIyMzA4MjYvZWRmZWQuanBn

(19 พ.ค.) เกิดเหตุชายชาวต่างชาติทำร้ายตัวเองที่บริเวณหน้าสถานทูตอิหร่าน ในซอยสุขุมวิท 49 แยก 11 เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ผ่านมา เป็นการราดน้ำมันใส่ตัวเองก่อนจะจุดไฟเผาตัวเอง โดยพบบาดแผลไฟไหม้ทั่วร่าง เบื้องต้นตำรวจ สน.ทองหล่อ ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำชายรายดังกล่าวนำตัวส่งโรงพยาบาลโรงพยาบาลคามิลเลียน แล้ว

ต่อมา พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามได้ให้กำลังอีกชุดไปตรวจสอบที่พักเพื่อหาข้อมูลและหลักฐานที่เป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงประวัติของผู้ก่อเหตุ ข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ที่ประเทศอิหร่านกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไป แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันหรือไม่

ภาพ เบิ้ล ปทุมราช รับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ผลัดสอง

เบิ้ล ปทุม พร้อมเดินทางเข้ารับใช้ชาติ โดยเป็นทหารเกณฑ์ผลัด 2 ประจำปี 2560 โดยมีครอบครัว แฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เผยพร้อมทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างเต็มที่aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODIyLzQxMTE3MzQvXzkyNzEyNDgwXzAzNjYzNjg3Mi0xLmpwZw==

วันที่ 3 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวของทหารกองเกิน ที่หอประชุมพญานครินทร์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งในวันนี้นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ได้เดินทางมารายงานตัวเพื่อเบ้ารับการเป็นทหาร ทบ.ผลัด 2 สังกัดมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ปราจีนบุรี โดยมีคุณแม่ พร้อมด้วยญาติๆ และแฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

โดย เบิ้ล ปทุมราช บอกมีความพร้อมเต็มที่ที่จะเข้ารับใช้ชาติ พร้อมที่จะเข้าไปเรียนรู้ทุกอย่างและรับใช้ชาติในกรมทหาร เชื่อว่าการเข้าฝึกทหารในครั้งนี้ จะได้ประสบการณ์ที่ดีๆ อย่างแน่นอน

เบิ้ล ปทุมราช ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของวัยรุ่นในภาคอีสาน และชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชายทุกคนที่ต้องรับใช้ชาติ โดยตนจะเข้าเป็นทหารเกณฑ์ผลัดที่ 2 ที่ปราจีนบุรี และจะขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด

ส่วนแฟนคลับทุกคนไม่ต้องกังวล หรือว่าร้องไห้ เพราะผมไม่ได้ติดคุก ผมไปเป็นทหาร ไปทำหน้าที่ของลูกผู้ชายที่เพิ่งกระทำ ซึ่งถือเป็นเกียรติแก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล เป็นความภาคภูมิใจของชายไทยทุกคน

แล้วถ้าฝึกเสร็จเมื่อไหร่ ก็จะได้ออกมาร้องเพลง สร้างสรรค์ผลงานเพลงให้แฟนคลับทุกคนได้ติดตามเช่นเดิมครับ และหลังจากที่ตนได้บวชแล้วสึกออกมานั่น หลายอย่างที่เคยใจร้อนก็ทำให้ใจเย็นขึ้น เพราะเราได้เรียนรู้จากการศึกษาธรรมะ ทำให้ความร่มเย็นในจิตใจก็มีมากขึ้น และในระหว่างที่เข้ารับการฝึกทหารตนก็คิดไว้ว่าจะแต่งเพลงเกี่ยวกับจังหวัดอำนาจเจริญ เพลงที่เกี่ยวกับการที่ลูกผู้ชายทุกคนต้องมาจับใบดำใบแดง

นอกจากนี้ เบิ้ล ปทุมราช ยังได้ร้องเพลงอ้ายมีเหตุ ให้กับเพื่อนๆ ทหารกองเกินที่เดินทางมารายงานตัวที่หอประชุมพญานครินทร์ รวมไปถึงเหล่าบรรดาแฟนคลับที่เดินทางมาส่งฟังด้วย พร้อมกันนี้ทางสำนักงานสวัสดีจังหวัดอำนาจเจริญ ยังได้มีการตั้งกองกฐิน เพื่อนำเงินที่ได้จากการบริจาคในครั้งนี้ ไปสมทบในโครงการ ปั่นปันบุญ สมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้กับทาง รพ.อำนาจเจริญ ที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

สาวสุดงง! เจอกล้องยื่นออกมาจากตู้เอทีเอ็ม หวั่นฝีมือมิจฉาชีพ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc4LzM4OTM3Nzgvc2FzY2RndmNkLmpwZw==

สาวโพสต์ภาพตู้เอทีเอ็มมีกล้องวงจรปิดยื่นออกมา ทั้งที่ปกติบริเวณนั้นกล้องวงจรปิดจะต้องอยู่ภายในและมีแผ่นพลาสติกทึบปิดอยู่ ทำให้เจ้าของโพสต์ตั้งคำถามว่า นี่เป็นกล้องปกติของธนาคารหรือไม่

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2560 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Dah Santanit ซึ่งเป็นภาพตู้กดเงิน (เอทีเอ็ม) พร้อมระบุว่า…

“ตู้เอทีเอ็มแบบนี้ปกติมั๊ย กล้องยื่นออกมา และตั้งองศาให้ตรงกับแป้นกดรหัส เป็นดีไซน์ที่แตกต่างหรือมิจฉาชีพ พิกัด : แฮปปี้แลนด์ แจ้งแอดมิน Kb…เรียบร้อย จะรีบตรวจสอบ ปล. ก่อนกดเอทีเอ็ม ไม่ใช่ดูข้างหน้าข้างหลังนะ ดูข้างบนด้วย มิจฉาชีพมาทุกรูปแบบจริงๆ ระวังนะเพื่อนๆ”

ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารต้นสังกัดเครื่องดังกล่าวได้ติดต่อสอบถามข้อมูลพร้อมกับแจ้งเจ้าของโพสต์ว่า ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขแล้ว

น้ำท่วมกรุงเทพ ผ่านครึ่งวันคลี่คลายช้าๆ รถติดสะสมหลายพื้นที่

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc0LzM4NzAwNzQvZGVjcnYuanBn

ถ.รัชดา จากสุทธิสารมาลาดพร้าว 12.24 น. : ภาพจากทวิตเตอร์ @sataporn_pptv

(14 ต.ค.60) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 06.00 น. ของเช้าวันนี้ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ระดมกำลังเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืน แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 มม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ จึงส่งผลให้มีน้ำท่วมขังทั้งหมด 55 จุด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ กทม.ได้แก้ไขสถานการณ์จนน้ำแห้งกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วในหลายๆจุด และยังคงเร่งระบายน้ำในจุดอื่นๆที่เหลืออย่างเต็มที่ต่อไปจนกว่าน้ำจะแห้งและกลับสู่สภาวะปกติทุกจุด โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตตรวจสอบสภาพพื้นที่พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถติดตามข่าวสถานการณ์และแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ ID Line : @bkk_best www.facebook.com/bkk.best และสายด่วนกทม.1555

สถานการณ์ เวลาประมาณ 11.30 – 12.00 น.

ถนนวิภาวดี ซ.โชคชัยร่วมมิตร น้ำยังท่วมสูงประมาณ 20 ซม. / หน้าค่ายพัน 1 รอ. น้ำลดลงแล้วแต่ยังมีท่วมผิวการจราจร รถติดสะสมดินแดง ถึง รพ.ทหารผ่านศึก / ช่วงหน้าตึกการบินไทย น้ำยังท่วมสูงประมาณ 2 ซม. รถจอดเสียหลายคัน / ขาเข้า ช่วงจากสุทธิสาร ไปดินแดง เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้วรถจากโทลเวย์สามารถลงดินแดงได้ แต่จากแยกใต้ทางด่วนดินแดง มุ่งหน้าไปแยกสุทธิสาร รถมากติดขัดสะสม

ถนนรัชดาภิเษก แยกรัชดา-ลาดพร้าว น้ำยังท่วมขังผิวจราจร หน้าศาลแพ่ง รัชดาฯ มุ่งหน้ารัชโยธิน ระบายน้ำหมดแล้ว รถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนฝั่งกลับกันการจราจรยังติดขัด

ถนนลาดพร้าว ห้าแยกลาดพร้าวน้ำยังท่วม การจราจรติดขัดอย่างหนักไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ / ช่วงแยกภาวนา น้ำยังท่วมผิวถนนสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร การจราจรติดขัดรถสะสมยาวถึงปากซอยลาดพร้าว 101

ทำดีไม่ต้องกลัว! เปิดใจหนุ่มใจบุญ ขับรถพาพ่ออุ้มลูกป่วยไปซื้อยา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc4LzM4OTMyNDYvZGJmLmpwZw==

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Chalad Ton Booncid โพสต์คลิปและข้อความว่า “ด้วยความบังเอิญเห็นคนเดินข้างทางมีเด็กห้อยอยู่ด้านหลัง ผมเลยเอาขนมที่ติดมาให้เขา แต่ทางที่ผมผ่านมาบ้านห่างกันหลายสิบโล ข้างหน้าก็มองไม่เห็นหมู่บ้านเลย พอถามถึงรู้ว่าพาลูกที่ไม่สบายเดินเท้าไปหาหมอ นี่แหละครับความรักของพ่อ เงินก็ไม่มีขึ้นรถโดยสาร ต้องเดินเท้า แดดก็ร้อนลูกก็ไม่สบาย พอไปก็ไม่เจอหมอ คำว่า(พ่อ)คำเดียว ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน”

อ่านข่าว : พ่ออุ้มลูกป่วย พาเดินเท้าไปอนามัย กว่า 7 กม.

ล่าสุดวานนี้ (15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้เดินทางไปพูดคุยกับ นายฉลาด บุญชิด หรือ ต้น อายุ 34 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่ตนกำลังเดินทางไปตระเวณทำบุญแถวภาคเหนือ พอมาถึงจังหวัดตาก ตนเห็นชายคนหนึ่งอุ้มลูกเดินอยู่ริมถนน ตอนนั้นตนแค่ต้องการจะนำขนมไปให้ แต่ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงมาเดินตากแดดอยู่ริมถนน ตนจึงสอบถาม ก็ได้รับคำตอบว่าจะพาลูกไปหาหมอ แต่อนามัยปิด ตนจึงอาสาขับรถพาไปซื้อยาและส่งที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าไม่กลัวหรือที่รับคนแปลกหน้าขึ้นรถ นายฉลาด บอกว่า ไม่เคยกลัว ถ้าเราจะทำความดีก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ขนาดที่แผลบนใบหน้า ตนก็ได้มาจากการช่วยคนจับโจร แล้วโดนโจรใช้มีดกรีดเข้าที่หน้า

นายฉลาด บอกอีกว่า ปกติแล้วตนจะมาทำบุญที่ภาคเหนือเป็นประจำ โดยจะนำผ้าห่ม อาหาร ของใช้ มามอบให้คนยากคนจนเป็นประจำอยู่แล้ว พอได้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากบ่อยๆ มันเหมือนสิ่งเสพติด เวลาเห็นใครเดือดร้อนก็อยากที่จะเข้าไปช่วย ตนอยากจะให้ทุกคนช่วยกันทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น เพราะหากเราทำดีแล้ว เรื่องดีๆก็จะกลับเข้ามาในชีวิต

ซึ่งล่าสุด นายฉลาด ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า เป็นสะพานบุญนำเงินจากผู้ใจบุญไปช่วยเหลือ 2 พ่อลูกแล้ว และได้ประสาน อบต. เจ้าของพื้นที่ จัดการซื้อยารักษาโรค ขนม และให้เงินไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว

แม่ร่ำไห้ ส.ต.ต.เหยื่อระเบิดใต้เป็นเจ้าชายนิทราไร้คนเหลียวแล

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzMzLzM2NjY1NDYvYWNzdmRmZmYuanBn

แม่สิบตำรวจตรีร่ำไห้ 4 ปี ที่ลูกชายเป็นเจ้าชายนิทราจากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไร้คนเหลียวแล พ่อเผย พอสิ้นเสียงบรรเลงเพลงคนก็ลืม ยอมลาออกจากราชการเอาเงินบำนาญมารักษาลูกหวังหายเป็นปกติ

วันนี้ (27 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สิบตำรวจตรีพรประสิทธิ์ ขวัญขาว อายุ 33 ปี ยังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ในสภาพไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลังได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และถูกลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จนเพื่อนเสียชีวิตไปถึง 5 คน บาดเจ็บสาหัส 6 คน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556 ถึงแม้จะผ่านมาถึง 4 ปีแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้สิบตำรวจตรีพรประสิทธิ์ อาการยังไม่ดีขึ้น รับรู้แต่ไม่สามารถโต้ตอบได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง โดยมีพันจ่าเอกถาวร ขวัญขาว และนางราตรี ขวัญขาว พ่อและแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด

นางราตรีมารดาของสิบตำรวจตรีพรประสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากลูกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา พ่อได้ลาออกจากราชการเพื่อเอาเงินบำนาญมาดูแลลูกชายหวังว่าลูกจะหายกลับมาเหมือนเดิม วันนี้ครบ 4 ปีที่ลูกประสบชะตากรรม ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆก็มีหลายฝ่ายเข้ามาดูแลช่วยเหลือแต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ตอนนี้ได้รับเงินช่วยเหลือเพียงละเดือนละ 5,000 บาท และนมจากโรงพยาบาลซึ่ง 6 เดือนจะได้รับ 1 ครั้ง หนึ่งโดยไม่เพียงพอต้องมาซื้อเสริมให้ โดยแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นบาท

นางราตรี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพยายามประคับประคองดูแลกันมาตลอดโดยไม่เรียกร้องจากใคร และขอบคุณคนที่ช่วยเหลือมาตลอด ด้านพันจ่าเอกถาวรผู้เป็นพ่อกล่าวเพียงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกรวมทั้งตำรวจทหารที่เสียสละ พอสิ้นเสียงบรรเลงเพลงคนก็ลืมถือเป็นเรื่องปกติ แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องดูแลลูกจนถึงที่สุด

เจ้าของตึกใบหยก เผย 3 หนุ่ม ใช้ช่องทางหนีไฟ ปีนเสาถ่ายเซลฟี่


กระแสข่าวโซเชียลที่มีการแชร์คลิป 3 หนุ่มชาวต่างชาติ ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณบนยอดตึกใบหยก 2 และถ่ายเซลฟี่ ขณะที่ตำรวจ ยังไม่สามารถเอาผิดกลุ่มวัยรุ่นได้ เพราะยังไม่มีคนแจ้งความดำเนินคดี เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบสร้างวีรกรรม ที่ตึกเทอมินิอล 21 มาก่อนหน้านี้

วันนี้ (4 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปวินาทีท้าความตาย ของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง 3 คน ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล บนยอดอาคารใบหยก 2 ที่สูงจากพื้นหลายร้อยเมตร พร้อมกับถ่ายรูปเซลฟี่และโพสต์ท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ขึ้นไปได้อย่างไร นายพันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตึกใบหยก เปิดกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่านักท่องเที่ยว ทั้ง 3 คน เป็นแขกที่เข้ามาพักในโรงแรมทั่วไป โดยใช้ช่องทางบันไดหนีไฟเข้าไปด้านใน ซึ่งสามารถเปิดทะลุเข้าออกได้ทุกช่องทาง และประตูจุดนี้จะไม่ได้ล็อก ส่วนจุดทางขึ้นไปดาดฟ้า ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม ต้องใช้คีย์การ์ด หรือรหัสเข้าออกเปิดประตู ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเข้าไปได้อย่างไร

และเมื่อขึ้นไปที่บริเวณดาดฟ้าได้ จะมีรั้วกั้นอีก 1 ชั้น คาดว่า 3 คน ทำการงัดเข้าไป ยังบริเวณพื้นที่เสาส่งสัญญาณตึกใบหยก 2 หลังจากนี้ นายพันธ์เลิศ บอกว่าจะทำการเสริมรั้วกั้นให้สูงขึ้น เพื่อความหนาแน่นป้องกันคนเข้าไปด้านใน ส่วนการแจ้งความดำเนินคดี คาดจะเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจาก ทั้ง 3 คน เดินทางกลับประเทศฮ่องกงแล้ว

ส่วนทางกฏหมาย ทนายนายเกิดผล แก้วเกิด ระบุว่า กรณีนี้มีความผิดข้อหาบุกรุก เนื่องจากเข้าไปในสถานที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเจ้าของสถานที่ไม่เข้าแจ้งความ ตำรวจจะไม่สามารถเอาผิดได้ ส่วนการกระทำที่ดูหวาดเสียวและเสี่ยงอันตราย ยังไม่มีกฎหมายระบุถึงความผิดลักษณะนี้ นอกจากจะเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบหรือทำให้ผู้อื่นเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย ถึงจะมีความผิด

หากย้อนไปตรวจสอบภาพจากอินสตาแกรมของหนุ่มฮ่องกงทั้ง 3 คนพบว่า มีประวัติการปีนตึกมาแล้วโชกโชน ก่อนหน้านี้ก็ไปปีนตึกห้างสรรพสินค้า เทอมินอล 21 ก็ยังไม่มีการแจ้งความใดๆ และพบพฤติกรรมปีนตึกสูงเพื่อขึ้นไปถ่ายภาพ ในลักษณะแนวผาดโผน ทั้งในฮ่องกงและในประเทศต่างๆเพื่อถ่ายเซลฟี่ลงโซเชียล ซึ่งขณะนี้เจ้าตัว ทั้ง 3 คนเดินทางกลับประเทศไปแล้ว

 

เปิดใจ สาวเปลื้องผ้าไลฟ์ เจอสั่งถอดหมด ต้องรับผิดชอบงาน

จากกรณีมีสมาชิกหญิงสาวรายหนึ่งไลฟ์วีดิโอสดผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อคืนวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยในเนื้อหาวีดิโอ มีหญิงสาวโชว์เต้นถอดเสื้อผ้าทั้งหมด และโชว์ทุกสัดส่วนของร่างกาย ก่อนที่วีดิโอดังกล่าวจะถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นกดรีพอร์ตจนถูกปิดไปในที่สุด และผลที่ตามมาก็คือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่หญิงสาวรายนี้กระทำ

ล่าสุด (11 ม.ค.) รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ได้สัมภาษณ์ คุณเปิ้ล หญิงสาวคนดังกล่าว วัย 30 ปี ได้ออกมาเปิดใจว่า ปกติแล้วตนเองรับงานไลฟ์โชว์และงานปาร์ตี้แนวเซ็กซี่อยู่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับการว่าจ้างจากเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ให้มาเต้นโชว์แบบเซ็กซี่และเปลื้องผ้า เพื่อเรียกยอดไลฟ์ให้กับเพจ

ซึ่งตอนแรกเธอเรียกเงิน 5,000 บาท ก่อนมีการต่อรองกัน จนตกลงกันที่ราคา 3,000 บาท ซึ่งตอนไลฟ์โชว์ก็ทำไปตามปกติ จนกระทั่ง 15 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาหมดไลฟ์โชว์ ทางเพจก็อินบ็อกเข้ามาบอกว่าให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ตอนนั้นตนคิดในใจแค่ว่าเราต้องรับผิดชอบงานที่ถูกจ้างมา เพราะรับปากพูดคุยกับผู้ว่าจ้างไปหมดแล้ว

คุณเปิ้ล กล่าวต่อว่า หลังจากไลฟ์จบ ตนรู้สึกตกใจที่คนเข้ามาดูเยอะมาก และคลิปดังกล่าวก็ถูกแชร์ไปเป็นล้านครั้ง หลังจากไลฟ์จบ ตนก็รู้สึกกังวลและก็เครียดมาก พอมาเจอกระแสข่าวแบบนี้ ก็รู้สึกเครียดหนัก แต่ก็ยอมรับกับสิ่งที่ทำลงไป

“ถามว่ารู้สึกอายไหม รู้สึกอาย แต่ด้วยความที่เรารับปากกับเจ้าของเพจไปแล้ว แต่พอใกล้จบแล้วก็รู้สึกหวั่นแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ยิ่งมาเพจเข้าปิดไป หลังจากนั้นเขาก็ไม่ติดต่อเปิ้ลเรื่องเงิน ยิ่งทำให้เปิ้ลรู้สึกเคว้ง เราก็ร้องไห้เลยคืนนั้น ร้องอยู่ 2-3 คืน

สิ่งที่เปิ้ลทำ เปิ้ลรู้ว่าการไลฟ์สด ถ้าเราไม่ทำอย่างนั้น เราจะไปเรียกยอดวิวให้เขาได้ยังไง ที่นี้เนี่ยเขาก็ต้องได้รายได้จากตรงนั้นที่จะมาจ้างเรา ส่วนเปิ้ลก็แค่เป็นผู้ที่ถูกว่าจ้าง ที่ต้องทำตามคำสั่งของคนที่จ้างเท่านั้นเอง

เปิ้ลไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว อยากให้สื่อ ประชาชน สังคม เห็นใจเปิ้ลหน่อย ถามว่าไม่ได้ตั้งใจไหม คงจะพูดคำนี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นงานของเปิ้ล แต่เปิ้ลฝากขอโทษในสิ่งที่มันเกินไป มันอล่างฉ่างเกินไปในที่สาธารณะ เพราะเปิ้ลไม่ได้คิดว่าจะมีคนเข้ามาดูเยอะขนาดนั้น แต่เปิ้ลก็ลืมไปว่านี่มันคือสาธารณะ

อยากขอโทษสื่อมวลชน กราบขอโทษชาวโซเชียล ประชาชน ผู้หญิงไทย และผู้ชายไทยที่เข้ามาดูเปิ้ลทุกคน ฝากขอโทษด้วย สิ่งที่เปิ้ลทำไม่ดี และไม่ควรเอามาเป็นแบบอย่าง ขอโทษด้วยค่ะ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าอายไหม คุณเปิ้ลก็กล่าวว่าตอนที่ต้องเปลือยท่อนล่างรู้สึกอาย แต่คิดว่ามันเป็นงาน อยากจะทำให้จบ อยากจะบอกว่าที่ตนเองบอกว่าทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน อยากให้เข้าใจว่าไม่ได้หมายความว่า ทำได้แม้กระทั่งการขายบริการ และตนเองไม่ได้อยากดัง

ทั้งนี้ แม่และพี่สาวเข้าใจและรับรู้ว่าตนเองทำแบบนี้อยู่ ว่าโตพอจะรับผิดชอบตนเองได้แล้ว และยังคงจะทำไลฟ์โชว์ต่อไปแต่คงไม่เปลือยหมดแบบนี้อีก ขอโทษทุกคนที่ทำให้เสื่อมเสียและพร้อมน้อมรับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่อีกด้วย

ปส. พุ่งประเด็น “เบนซ์ เรซซิ่ง” อาจเข้าข่ายฟอกเงิน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดให้น้ำหนักเบนซ์ เรซซิ่ง ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังตำรวจเชื่อนายณัฐพล นาคคำ หรือบอยผู้ต้องหาคดียาเสพติดเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ฟอกเงินด้วยการซื้อรถลัมโบร์กินี

วันนี้ (11 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ชาตรี ชาตรีไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า รถลัมโบร์กีนี และรถบิ๊กไบค์ เคทีเอ็ม ที่มีชื่อนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เป็นเจ้าของ ในทางสืบสวนสอบสวนตำรวจเชื่อว่า รถลัมโบร์กินี น่าจะเป็นของบอยนายณัฐพล นาคคำ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ที่อาจฟอกเงินโดยใช้ชื่อเบนซ์ เรซซิ่ง เป็นคนซื้อเพราะบอยเป็นผู้ต้องหามีคดีติดตัว ข้อสังเกตนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบยาเสพติดมีความเห็นตรงกัน

ดังนั้นเบนซ์ เรซซิ่ง จะต้องชี้แจงที่มาของทรัพย์ทั้งหมด ที่ปรากฎเป็นชื่อตัวเองให้ได้ หากชี้แจงไม่ได้และพบความผิด ตำรวจจะให้น้ำหนักไปที่ฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งความผิดแบ่งเป็นกรรม กรรมละ 1-10 ปี ประกอบกับข้อมูลสืบสวนพบว่านายบอยโอนเงินให้นายเบนซ์หลายครั้งตลอดเวลาที่สนิทสนมกัน จึงต้องประสานขอเอกสารธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารมาตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะการโอนเงินยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เบนซ์ เรซซิ่ง จะมีความผิด แต่ตำรวจตั้งเป้าว่าภายในวันที่ 20 ก.พ. นี้ น่าจะมีความชัดเจน