นักเดินป่าอึ้ง! พบซากเครื่องบินรบโบราณ สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์

นักเดินป่าพบซากเครื่องบินรบ บริเวณยอดเขานมสาว เขตรอยต่อระหว่าง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQxLzIyMDkxODIvOTU2NTQ5NjBfM2M0ZDFkZWEtYzVkMi00ZjVkLTkuanBn

คาดเป็นเครื่องบินสมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

วันที่ 2 พ.ค.2560 ว่าที่ร้อยเอกฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง และ จ.ชุมพร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-30 เม.ย.ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของ“อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนองและ จ. ชุมพร ได้ดำเนินการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพโดยเขตจัดการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่ 2 อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับทีมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

กระทั่ง ในวันที่ 28 เม.ย. ขณะเดินบนยอดเขาสูงได้พบซากเครื่องบินกระจัดกระจายอยู่บริเวณยอดเขานมสาว ในจุดปลายคลองพละเขตอทุยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง ซึ่งคาดว่าตกมานานหลายปี ทั้งนี้ชิ้นส่วนเครื่องบินบางชิ้นเป็นรูปปลาฉลามตัวสีเหลืองปากสีแดงมีฟันสีขาวและคาดว่าน่าจะเป็นที่โคนหางเครื่องบินมีรูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์ธงชาติไทยมีเลข 94 ซึ่งเครื่องบินทั้งลำน่าจะเป็นสีเขียว

นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนบางชิ้นเป็นช่องของใบพัดเครื่องบินกล่องสีขาวขนาดความกว้าง 6 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนา 2 นิ้วและมีที่เสียบสายไฟคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่กล่องมีภาษาอังกฤษเขียนกำกับและลำตัวเครื่องบิน ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ภายในและเป็นเครื่องบิน 2 ที่นั่ง คาดว่าน่าจะเครื่องบินโจมตี 2ชนิด คือ อาจเป็นแบบ T-6 และ T-28D ใช้สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานสาวนุ่งผ้าขนหนูเรียกลูกค้า จนท.แค่ตักเตือน

 

บุกตรวจร้านเหล้าภูเก็ต ให้พนักงานสาวนุ่งผ้าขนหนูเรียกแขก จับไม่ได้เพราะยังไม่ผิดกฎหมาย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA2MC81MzAyNTE0L2FzY3Nkc2NzLmpwZw==

(10 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น ฝ่ายปกครองลงตรวจสอบ ร้านเหล้า ข้าง บขส.เก่า ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากที่กำลังโด่งดังและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง หลังมีการประชาสัมพันธ์ร้านโดยให้พนักงานสาว กว่า 30 คน นุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวมาให้บริการลูกค้า ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม

เบื้องต้น ตรวจสอบปรากฎว่ามีพนักงานสาวสวยนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวนั่งอยู่หน้าร้านประมาณ 5-6 คนจริง และเมื่อเข้าไปภายในร้านปรากฎว่าไม่มีลูกค้ามาใช้บริการแม้แต่คนเดียว ภายในร้านมีเพียงพนักงานสาวสวยนุ่งผ้าขนหนูสีขาว นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือกันตามมุมต่างๆ ภายในร้าน และไม่มีการโชว์โคโยตี้เซ็กซี่แต่อย่างใด มีเพียงการเปิดเพลงเบาๆ เท่านั้น เจ้าหน้าที่จึ่งทำการตัวบัตรประชาชนพนักงานทุกคน และขอตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานประกอบการปรากฎพบว่าเป็นสถานประกอบการประเภท 3 ที่ให้บริการได้ถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น

เจ้าหน้าที่จึงบันทึกให้ น.ส.มัทนา อายุ 32 ปี เจ้าของร้านลงนามในบันทึกว่ากล่าวตักเตือนว่าจะควบคุม ดูแลพนักงานในร้านไม่ให้แต่งกายเพื่อบริการหรือเพื่อแสดงที่เป็นไปในทางส่อลามกหรืออนาจาร ห้ามไม่ให้มีการค้าประเวณีโดยเด็ดขาด และให้ปิดบริการในเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีการแสดงหรือโชว์ตามที่ประชาสัมพันธ์ลงในสื่อโซเชียลจะทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที แต่ในครั้งนี้ถือว่ายังไม่ได้มีการโชว์หรือแสดงเพียงแต่เตรียมการโชว์หรือแสดงเท่านั้นยังไม่ถือว่ากระทำความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้แต่เพียงว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

 

คุณพระช่วย! ชายห่มจีวรย่องเข้าหลังบ้าน ขโมยชุดชั้นในผู้หญิงเกลี้ยงราว

 

(5 ก.พ.) จากกรณีโลกโซเชียลได้แชร์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ภาพชายแต่งกายห่มเหลืองลักษณะคล้ายพระสงฆ์ ได้ก่อเหตุขโมยชุดชั้นในผู้หญิงที่ตากอยู่หลังบ้านของชาวบ้านภายในซอยกลางตลาดเทศบาลอำเภออู่ทอง ที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมากนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุชื่อห้างทองแสงขจร เลขที่ 50 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พบนายกิตติศักดิ์ ขจรเนติคุณ เจ้าของร้านทองดังกล่าว เล่าว่า ช่วงเช้าวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ภรรยาและลูกสาวของตนได้ชักผ้าและชุดชั้นในตากไว้ที่ทางเดินหลังร้าน

กระทั่งเย็น ภรรยามาเก็บผ้าที่ตากไว้พบว่าชุดชั้นในได้หายจำนวน 6 ตัวไป จึงเปิดกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหลังบ้าน ดูพบว่าเวลาประมาณ 9 โมงเช้า มีชายแต่งตัวนุ่งห่มผ้าเหลืองคล้ายพระภิกษุ อายุประมาณ 45 ปี สะพายย่ามสีฟ้า ทำตัวลับๆล่อๆ เดินเข้ามาหลังบ้านที่ตากผ้าไว้ก่อนจะลักชุดชั้นในและกางเกงในดังกล่าวใส่ในย่ามและรีบเดินหนีไป ตนและภรรยาจึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สภ.อู่ทอง แต่ไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด จึงอยากฝากเตือนประชาชน ระวังโจรและมิจฉาชีพให้มากๆ เนื่องจากมีการมิจฉาชีพหลากหลายรูปแบบ ที่จะเข้ามาก่อเหตุแบบที่เราคาดไม่ถึง

ทางด้าน พ.ต.อ. ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ และฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ประสานกับเจ้าของร้านทองผู้เสียหาย เพื่อขอรายละเอียดในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และทราบว่าชายในคลิปดังกล่าวเป็นพระภิกษุจำวัดแห่งหนึ่งในอำเภออู่ทองจริง จึงได้เข้าไปสอบถามเจ้าอาวาส โดยได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาส ว่าชายห่มเหลืองที่ก่อเหตุเป็นลูกวัดจริง ชื่อพระธีรภพ อายุ 49 ปี เพิ่งเข้ามาบวชที่วัดดังกล่าวได้เพียง 1 ปี

จากการสอบถามคนใกล้ตัวทราบอีกว่านายธีรภพ เป็นผู้ป่วยทางระบบประสาทปกติจะทานยาแต่มาพักหลังไม่ได้ทานยาต่อเนื่อง โรคประจำตัวอาจจะกำเริบ จึงได้ก่อเหตุ หลังทราบว่าไปก่อเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของวัดและเสื่อมเสียศาสนา จึงได้นำตัวมาทำการสึกและให้ไปอยู่ที่อื่น

อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนประสานท้องที่ต่างๆเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางวัน เพื่อที่จะนำตัวมารับข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

สาวเสิร์ฟถูกลูกค้าชาย 3 คน รุมกระทืบ หลังไม่ยอมให้ลวนลาม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเองในสภาพที่มีรอยเท้าประทับอยู่บนเสื้อบริเวณหน้าอก พร้อมรอยฟกช้ำ และบาดแผลตามร่างกาย โดยระบุว่า ตนทำงานร้านอาหาร แล้วถูกลูกค้าลวนลาม จึงปัดมือลูกค้าออก ทำให้ลูกค้าเป็นชาย 3 คน มารุมทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังเกือบถูกกลุ่มคู่กรณีใช้มีดแทง แต่มีคนมาห้ามไว้ทัน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODU2LzQyODAxMDIvYWRzYmZiLmpwZw==

(16 พ.ย.) พ.ต.ท.สุพจน์ จันเขียว รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.สันป่าตองเชียงใหม่ ได้เชิญตัว นางสาวสุวิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พนักงานร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะ มาสอบปากคำอย่างละเอียด หลังจากที่ นางสาวสุวิมล ได้เข้าแจ้งความเอาผิดชาย 3 คน ที่รุมทำร้าย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งนางสาวสุวิมลยังมีสภาพบอบช้ำตามร่างกาย และมีร่องรอยถูกเศษแก้วบาดหลายจุด

นางสาวสุวิมล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุ ชายทั้ง 3 คน เป็นลูกค้าเข้ามาที่ร้าน สั่งเบียร์ 3 ขวด ตนก็นำมาเสิร์ฟตามหน้าที่ ตอนที่นำมาเสิร์ฟ ชาย 1 ใน 3 คน ได้เอื้อมมือมาคว้าเอวของตน พยายามจะกอดและให้นั่งข้างๆ ตนก็พยายามตอบเลี่ยงๆ ว่า “พี่ใจเย็นๆ” ก่อนจะเอามือของลูกค้าชายออกจากตัวเอง

ปรากฏว่า ชายอีกคนที่มาด้วยกัน ชื่อนายอั๋น ไม่พอใจ หยิบแก้วมาทุบลงที่โต๊ะ และตวาดใส่ตนว่า “เพื่อนกูแตะต้องตัวไม่ได้เหรอ เป็นแค่สาวเสิร์ฟ” ตนก็ได้แต่พูดว่า “ใจเย็นๆ” ก่อนจะเดินหนีออกมาดูแลแขกโต๊ะอื่น นายอั๋นก็ยังด่าตนไม่หยุด และยังลุกขึ้นมาเอาเรื่องตน

ตนจึงเดินหนีเข้าไปในครัว คว้ามีดมาไว้เพื่อป้องกันตัว นายอั๋นตามมาเห็นตนหยิบมีด จึงปรี่เข้ามาบีบคอตน ก่อนที่อีก 2 คนที่เหลือจะเข้ามารุมทำร้าย แย่งมีดจากตนไปได้ และจะแทงตน ปรากฏว่าลูกค้าคนอื่นมาเห็น จึงได้เข้ามาห้าม แต่ทั้งสามคนก็ยังรุมเตะ รุมกระทืบตนไม่ยั้ง ลูกค้าในร้านเข้ามาห้ามอีก ชายทั้งสามคนก็หันไปทำร้ายร่างกายลูกค้าที่มาห้ามด้วย จนมีการทะเลาะวิวาทวางมวยกันในที่สุด จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ

หลังเกิดเหตุ ตนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง ก่อนจะมาแจ้งความเอาผิดคู่กรณีทั้ง 3 คน และนำเรื่องไปโพสต์ในโลกออนไลน์ ฝ่ายนายอั๋นหัวโจกมาเห็นโพสต์ของตน ก็ยังติดต่อมาบอกอีกว่า ไม่กลัว เพราะนายอั๋นเองก็แจ้งความดำเนินคดีกับตนแล้วในข้อหาพยายามฆ่า และทำร้ายร่างกาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวชายทั้ง 3 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุมาสอบปากคำประกอบด้วย นายสาคร อายุ 36 ปี (คนที่โอบเอว) นายสุทธิวงค์ หรือ นายอั๋น อายุ 40 ปี และ นายจรัสพงษ์ อายุ 28 ปี ทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาชายทั้งสามในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้อาวุธ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่น ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ” ซึ่ง นายสาคร กับ นายสุทธิวงค์ ให้การปฏิเสธ ส่วน นายจรัสพงษ์ ยอมรับสารภาพ

ผู้สื่อข่าวยังไปพูดคุยกับพยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ชายทั้ง 3 คน พยายามจะลวนลามนางสาวสุวิมล แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม จึงบันดาลโทสะ ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ทั้งยังไม่ยอมจ่ายค่าเบียร์ที่สั่งด้วย และยังท้าทายให้ไปแจ้งความได้เลย เพราะพวกตนไม่กลัวตำรวจ ตอนนั้นหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ไม่กล้าเข้าไปช่วย แม้แต่เจ๊ซึ่งเป็นเจ้าของร้านก็กลัวมาก หนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำล็อกประตู โชคดีที่มีลูกค้าในร้านเข้ามาห้าม แต่ก็ยังถูกพาลหาเรื่อง จนมีเรื่องชกต่อยกันอีก จนกระทั่งตำรวจมาถึง ทั้ง 3 คนจึงหลบหนีไป

เกือบตาย! หนุ่มใหญ่เครียดจัด คว้าขวดน้ำมันเบนซินราดตัวจุดไฟเผา อาการสาหัส

ระทึก! หนุ่มใหญ่เครียดจัด นั่งพึมพำคนเดียว จู่ๆคว้าขวดน้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจุดไฟเผาตัวเองอาการสาหัส บริเวณริมถนน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยเร่งช่วยนำส่งโรงพยาบาลด่วน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzA0LzM1MjI2MDYveHNmc2VkeC5qcGc=

วันที่ 14 ก.ย. 2560 ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ รอง สว.สอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุคนจุดไฟเผาตัวเอง ตรงซุ้มประตูวัดอาษาสงคราม ข้างบ้านหลังหนึ่ง ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยใช้น้ำมันเบนซินใส่ขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร ใช้ไม้ขีดจุด จึงพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ และทำการช่วยเหลือ

พบนายประกาศิต อายุ 42 ปี ที่ก่อเหตุใช้น้ำมันเบนซินบรรจุขวดพลาสติกเทราดตัว และจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลจากการถูกไฟไหม้ทั้งร่างกาย นั่งร้องโวยวายทุรนทุลายด้วยความเจ็บปวดรอการช่วยเหลือ จึงปฐมพยาบาลก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบชนวนของการลงมือเผาตนเองในครั้งนี้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอาการสาหัส โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าพบเห็นชายคนดังกล่าวเดินมานั่งบริเวณที่เกิดเหตุได้ไม่นานและพูดจาวกวนไปมาคล้ายกับคนเครียดอย่างหนัก

จากนั้นไม่นานก็คว้าขวดน้ำมันเบนซินที่เตรียมมาเทราดจากศีรษะลงไป และใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟเผาตนเองทันที ซึ่งตำรวจจะเร่งหาสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป

แย่งพวงมาลัยเพราะขับรถเร็วเกิน ทำรถคว่ำ เจ็บ 5 ราย

สามีภรรยาทะเลาะกันขณะขับรถ เหตุเตือนสามีอย่าขับเร็ว สามีประชดบอกขับแค่ 170 เอง ภรรยาดึงพวงมาลัยจนรถเสียหลักลงข้างทาง พุ่งชนต้นไม้ เจ็บรวม 5 ราย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODA3LzQwMzg5MTQvY3NzdmQuanBn

เมื่อช่วงสายวันนี้ (28 ต.ค. 60) เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบุญเข้าช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ สาเหตุจากรถยนต์พุ่งชนต้นไม้ที่บริเวณถนนสายหนองบอนช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด

หลังรับแจ้งจึงนำกำลังออกไปทำการตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะทะเบียน บจ 5443 ระยอง พลิกตะแคงอยู่ กระจกหน้าแตกทั้งแผ่น ด้านหน้าของรถมีรอยยุบจากการชนต้นไม้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย หนึ่งในนั้นมีเด็กอายุ 9 ขวบ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำส่ง รพ.บ่อไร่
จากการสอบถามผู้บาดเจ็บที่อยู่ในที่เกิดเหตุบอกว่า นายเพิ่มพูน พร้อมด้วยภรรยาและลูกสาว ญาติพี่น้องรวม 5 คน ได้เดินมาดูงานแถวบ่อไร่และช้างทูน แล้วทั้งหมดได้เดินทางกลับ นางระพินยา ภรรยาของนายเพิ่มพูนได้บอกว่าอย่าขับรถเร็ว นายเพิ่มพูนไม่ฟัง ตอบว่าขับแค่ 170 เอง นางระพินยากลัว จึงได้แย่งพวงพาลัย และเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น ทำให้รถกระบะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางจนได้รับบาดเจ็บทั้งหมด

สำหรับผู้บาดเจ็บประกอบด้วยนางระพินยา , นายพงศ์พัฒน์ อายุ 42 ปี, นายเพิ่มพูน , ด.ญ.กฤษณา อายุ 9 ขวบ ทั้งหมดพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดมีอาการบาดเจ็บไม่มากนัก และอีกคนไม่ทราบชื่อ บาดเจ็บ หูฉีกเล็กน้อย

ตาวัย 80 ปี ลื่นล้มจนพิการ ถูกญาติหลอกพามาไว้ที่วัด อาศัยห้องเก็บของข้างเมรุ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzYyLzM4MTM1MzAvYXNhdmRmLmpwZw==
ตาวัย 80 ปี ลื่นล้มจนพิการ ถูกญาติหลอกพามาไว้ที่วัด อาศัยห้องเก็บของข้างเมรุ
คุณตาวัย 80 ปี เผยเรื่องราวชีวิตสุดขมขื่น ถูกลูกชายทาสยาบ้า พยายามจุดไฟเผาให้ตายทั้งเป็น ก่อนลูกเลี้ยงช่วยออกมาได้ ต่อมาเกิดลื่นล้มจนพิการ ญาติๆ ก็ไม่เหลียวเเล ก่อนหลอกพามาไว้ที่วัด

(9 ต.ค.) ที่วัดทุ่งต่อ หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวได้พบกับ คุณตายอด อายุ 80 ปี โดยคุณตาเล่าว่า ชีวิตของตนนั้นลำบากมาก มีลูกชาย 1 คนอายุประมาณ 30 ปี แต่ติดยาเสพติดและจุดไฟเผาตนหลังจากที่ไม่ให้เงินไปซื้อยาบ้า เเต่ลูกเลี้ยงพาหนีรอดออกมาได้ ตนจึงมาบวชเป็นพระสงฆ์อยู่ที่วัดทุ่งต่อ เมื่อปี 59 แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เกิดลื่นล้มจนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงจำต้องสึกกลับไปอยู่บ้าน

เเต่ภรรยาคู่ชีวิตทนรับสภาพไม่ได้ ขอแยกทางกับตน ส่วนบรรดาญาติๆ ก็พากันรังเกียจที่ตนกลายเป็นคนพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงหลอกให้ขึ้นรถสามล้อพ่วงแล้วพามาขออาศัยอยู่ที่วัดทุ่งต่อ ซึ่งเจ้าอาวาสให้อยู่ในห้องเก็บของข้างเมรุ และนำอาหารมาให้วันละ 2 มื้อ เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว ทำให้ตนเหงามาก

โดยคุณตาบอกว่า อยากย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา เพราะมีคนคอยดูแล ทำกายภาพบำบัดให้ จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือด้วย เพราะทุกวันนี้เวลาขับถ่ายนั้นลำบากมาก

แห่ขอโชครูปปั้นพญานาคีโผล่กลางวัด ชาวบ้านตาดีถูกติดๆ 3 งวด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzQyLzM3MTE1ODYvY3ZkYi5qcGc=

 

ชาวบ้านแห่ขอหวยรูปปั้นพญานาคีกลางวัด หลังมีคนโชคดีถูกหวยติดต่อกันถึง 3 งวด

(30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่วัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางไปขอเลขเด็ดจากรูปปั้นพญานาค ที่ทางวัดได้สร้างขึ้นในลักษณะผุดจากพื้นดิน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านได้จ้างนางรำมารำระบำศรีเทพ ซึ่งเป็นการรำที่มีรูปแบบท่าทางเฉพาะของ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

จากการสอบถามทราบว่า มีชาวบ้านที่อำเภอหล่มสักซึ่งถูกลอตเตอรี่ในงวดที่ผ่านมา ได้ว่าจ้างให้มารำระบำศรีเทพถวายแด่เจ้าแม่นาคี หรือพญานาค ตามที่ได้บนบานไว้ว่า ถ้าถูกลอตเตอรี่จะจ้างนางรำมารำระบำศรีเทพถวาย ขณะที่ก็มีร่างทรงรายหนึ่ง กำลังร่ายรำอยู่ด้านหน้ารูปปั้นของพญานาคลำตัวสีเขียวเข้ม 2 ตัว ผุดจากพื้นดิน พร้อมทั้งนำเทียนมาหยดลงในขันน้ำมนต์ ชาวบ้านต่างพากันมองดูตัวเลขในขันน้ำมนต์ ได้เลข 270 653 37 ทำให้ลอตเตอรี่เลขดังกล่าว ถูกขายหมดภายในพริบตา

ด้านนางคำ อายุ 71 ปี ชาวบ้าน อ.หนองไผ่ เล่าว่า ทราบข่าวจากญาติว่ามีคนถูกหวยจากรูปปั้นพญานาคดังกล่าว จึงเดินทางมาขอโชคขอลาภ ซึ่งก่อนวันหวยออกตนเดินทางมา 3 งวดแล้ว และได้ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ทั้ง 3 งวดติดต่อกัน โดยงวดที่ผ่านมาได้มองเห็นเลขจากดวงตาของรูปปั้นพญานาค ซึ่งตนเชื่อว่า รูปปั้นดังกล่าวเป็นพญานาคนาคีที่มาให้โชคลาภ

ด้านพระอาจารย์อ๊อต จันทวัณโณ เจ้าอาวาสวัดจันทร์นิมิต เปิดเผยว่า ภายในวัดจันทร์นิมิตได้สร้างรูปปั้นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง รวมทั้งรูปปั้นเทพพรหมต่างๆ เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยว และเป็นที่พึ่งทางใจเมื่อยามที่มีความทุกข์ยาก ส่วนการทำรูปปั้นพญานาค 2 ตัวนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านรายหนึ่ง ได้เดินทางมากราบไหว้ขอพรจากเจ้าแม่ตะเคียนทอง และศาลตายายนายป่าช้า ที่ตั้งอยู่ภายในวัดพร้อมบนบานว่า หากถูกหวยร่ำรวยเงินทอง จะกลับมาทำการสร้างรูปปั้นพญานาคนาคีที่วัด ให้คนที่มีความเชื่อ ความศรัทธาได้กราบไหว้ ซึ่งปรากฎว่าชาวบ้านคนดังกล่าวและชาวบ้านได้ถูกหวยรวยกันถ้วนหน้า ชาวบ้านรายดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างช่างมาทำการก่อสร้างปั้นพญานาคนาคี 2 ตน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่มีความเชื่อความศรัทธาพญานาค ได้มีโอกาสมากราบไหว้ขอพร เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในชีวิตต่อไป

เปิดโพสต์สุดท้าย พยาบาลสาวหลับในรถชนดับ เผยทำงาน 24 ชั่วโมง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzI5LzM2NDU4MjYvdmRmZy5qcGc=
เปิดโพสต์สุดท้าย พยาบาลสาวออกเวรไปวิ่งการกุศล เกิดหลับในรถชนดับ เผยทำงาน 24 ชั่วโมง

(24 ก.ย.) จากกรณีนางสาวเปมิกา อายุ 35 ปี พยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลในอำเภอเขมราฐ ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนป้อมยามทำดี สภ.เหล่าเสือโก๊ก ถนนอุบล-ตระการพืชผล เสียชีวิตติดคาซากรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กฉ 541 อุบลราชธานี

โดยเบื้องต้นเพื่อนผู้เสียชีวิตให้การว่า น.ส.เปมิกา ผู้ตาย ออกเวรมาเมื่อตอนเที่ยงคืน และกำลังจะไปเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนเพื่อการกุศลเพื่อสมทบทุนจัดหาเครื่องมือแพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยได้ขับรถออกจากบ้านพักแพทย์โรงพยาบาลมาคนเดียวตั้งแต่เช้าตรู่ กระทั่งมาประสบเหตุดังกล่าว ด้านพนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจจะขับรถหลบอะไรบางอย่าง หรืออาจจะหลับในก็เป็นได้

ล่าสุด มีการเผยแพร่ข้อความสุดท้ายจากเฟซบุ๊กของพยาบาลสาว เมื่อเวลา 21.54 น. วันที่ 23 ก.ย. ก่อนขับรถไปประสบอุบัติเหตุ ระบุข้อความว่า…

“มีคนบอกรักทุกวัน มันก็จะฟินหน่อย ๆ นะ #งานมโนก็มา #ทำงาน24ชม. #พรุ่งนี้ตื่นไปวิ่งไหวมั้ยตอบ !”

ซึ่งสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของพนักงานสอบสวนที่ว่าผู้ตายอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุไม่มีร่องรอยการเหยียบเบรกแต่อย่างใด

ครูสาวเล่านาทีถูกโจรหื่นกระหน่ำแทง 5 แผล อาการยังน่าห่วง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM2LzM2ODIzMzgvc3NkY3MuanBn
จากเหตุการณ์ที่ น.ส.สุกัญญา หรือ ครูนิด อายุ 29 ปี ครูธุรการโรงเรียนบ้านกุดน้อย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถูกคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกกันน็อกสีเขียว ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่รถตามประกบและบังคับให้จอดรถ ก่อนใช้มีดจี้เพื่อหวังชิงทรัพย์ และพยายามข่มขืน ขณะขี่รถจักรยานยนต์ ออกมาจากโรงเรียนบ้านกุดน้อย เพื่อที่จะไปโรงเรียนบ้านหัวสระ ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว อยู่ห่างกัน 3 กิโลเมตร เพื่อไปเซ็นต์เอกสารแบบประเมินผล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด (28 ก.ย.) พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤษกร หอมจรรยา พ.ต.ท.ลิขิต ถนอมเชื้อ รอง ผกก.สส. เดินทางไปสอบถาม น.ส.สุกัญญา ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ชั้น 6 ห้อง 9620 อาหารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา อาการยังน่าเป็นห่วง มีเลือดตกในช่องท้อง แพทย์ได้ทำการเจาะเพื่อนำเลือดออก แต่ก็ยังพอพูดได้ มีญาติๆเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

และจากการสอบถาม น.ส.สุกัญญา ได้เล่านาทีชีวิตให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุเห็นมีรถจักรยานยนต์ขี่ตามมา แต่เข้าใจว่าเป็นชาวบ้าน จึงไม่ได้เอะใจ ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถมาประกบและใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ซี่โครงด้านขวา 2 ครั้ง และบอกให้หยุดรถ เมื่อตนหันไปเห็นมีดจึงหยุดรถ จากนั้นคนร้ายถามหาทรัพย์สิน แต่ตนบอกว่าไม่มี คนร้ายจึงบังคับให้ตนขึ้นรถโดยให้นั่งด้านหน้า และพยายามขับเข้าป่าข้างทาง ตนจึงได้เหยียบเบรค คนร้ายจึงใช้มีดแทงเข้าที่ซี่โครงด้านซ้ายอีก 3 ครั้ง จากนั้นจึงเกิดการต่อสู้กัน จึงได้ดึงหมวกกันน็อคของคนร้ายออกได้ และร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ กระทั่งคนร้ายได้ขี่รถหลบหนีไป ได้เพียงกระเป๋าซึ่งมีโทรศัพท์มือถือซัมซุงไป 1 เครื่อง ลักษณะของคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูง ที่สังเกตได้คือที่คอด้านขวามีรอยสักเป็นรูปสัญลักษณ์สีดำและสีแดง จึงอยากจะให้ตำรวจช่วยตามจับตัวคนร้ายให้ได้เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตรายอีก