ชื่นชม “น้องพลอย” กู้ภัยเด็กวัย 8 ขวบ จิตอาสาชอบช่วยประชาชน

น่าชื่นชม “น้องพลอย” อาสากู้ภัยตัวน้อย 8 ขวบที่จังหวัดสุรินทร์ ใช้เวลาว่างเป็นจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ได้พบกับ น้องพลอย หรือ ด.ญ. ศรัณยา อ้นใจเอื้อ อายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านผำ ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ เข้าเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

น้องพลอย ได้ทำการรักษาคนแบบเจ็บและทำกิจกรรมร่วมกับนายนิรุตน์ อ้นใจเอื้อ ผู้เป็นพ่อ หัวหน้ากู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ และรุ่นพี่วัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ที่เข้ามาเป็นจิตอาสาการช่วยเหลือสังคม น้องพลอย ยังมีความสามารถพิเศษในการทำหน้าที่รายงานวิทยุสื่อสาร การรายงานหากในกรณีลงพื้นที่พบผู้บาดเจ็บรถชนก็จะรายงานวิทยุประวัติของผู้บาดเจ็บได้อย่างคล่องแคล่ว

น้องพลอย เปิดเผยว่า เห็นพ่อแม่เป็นเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ ตั้งแต่เกิดมา พอเริ่มเดินได้ บางครั้งก็พ่อและแม่ก็พาออกเหตุไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุบ้าง จนกระทั่งน้องพลอย อายุ 5 ขวบ ก็เริ่มเรียนรู้และขอตามมาทำหน้าที่เป็นอาสากู้ภัยด้วยใหม่ๆ ก็อาจจะทำอะไรได้ไม่มาก

แต่ปัจจุบัน ทำหน้าที่อาสากู้ภัยได้ดี ไม่แพ้พี่ๆ อาสาที่เป็นผู้ใหญ่เลย โดยจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุด ไปอยู่ดูแลประจำจุดที่รับผิดชอบในพื้นที่ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์

ขณะที่ พ่อของน้องพลอย รองหัวหน้ากู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะส่งเสริมให้น้องพลอยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมให้มีจิตอาสาพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน อีกทั้งมีตน และภรรยา คอยให้คำแนะนำและดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอด จึงได้ส่งเสริมให้น้องพลอยได้ทำหน้าที่เป็นอาสากู้ภัย ตามที่น้องพลอยต้องการและยังปลูกฝังให้น้องพลอยรู้จักคำว่า จิตสาธารณะ

 

ปิดเมืองสายบุรี ล่ามือบึ้มทหาร ตาย 4 นาย

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี นำกำลังกว่า 500 นาย เข้าปิดเมือง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzIzLzM2MTc5OTQvbmV3czExLmpwZw==

พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี นำ กำลัง สามฝ่ายกว่า 500 นาย เข้าปิดเมือง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย ร. 4412 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เสียชีวิต 4 นาย และได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ขณะเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อดูแลความปลอดภัยโรงเรียนบ้านตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เหตุเกิดบนถนนสายเจาะกือแย-สายบุรี ม.1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา โดยเน้นหนัก บริเวณพื้นที่บ้านและที่อยู่อาศัยของ กลุ่มสมาชิกผู้ก่อการร้ายและพื้นที่เสี่ยงต่างๆทั่วทั้งอำเภอ

ในส่วนของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า กลุ่มนายยาการีนา บาโง กับกลุ่มนายสะมาลี สะนิ แกนนำสั่งการและปฏิบัติการกลุ่มอาร์เคเค ร่วมกันก่อเหตุ ในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังต้องให้ผู้รับเหมา รับผิดชอบเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เพราะโดยปกติแล้ว ไม่มีใครจะรู้ดีว่า จุดไหนควรจะเป็นจุดฝั่งระเบิด เท่ากับคนทำ ประเด็นนี้จึงจำเป็น ที่จะต้องตรวจสอบทั้งผู้รับเหมาและลูกจ้าง การสูญเสียในครั้งนี้ ยอมรับว่ากำลังพลบางนายเสียกำลังใจไปบ้าง แต่ก็คงช่วงระยะเวลาหนึ่ง เราก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปเพื่อประชาชน เราทำทุกอย่างเพื่อประชาชน

ในส่วนของการติดตามคนร้ายเราได้ติดตามมือระเบิดเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว และมือระเบิดทั้งหมดที่อยู่ในบัญชาเราก็ติดตามอยู่ เราทราบความเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้ และเราก็ป้องกันอยู่ แต่ว่าการก่อเหตุของคนร้ายเมื่อเช้านี้เป็นเหตุสุดวิสัย พฤติกรรมของคนร้ายที่เปลี่ยนไป เราคาดว่าจะได้รับความร่วมมือจาก แนวร่วมในพื้นที่

รถทัวร์คว่ำตะแคงข้างทางลงเขาหล่มสัก ผู้โดยสารเจ็บระนาว

(12 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เป็นเหตุทำให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODQzLzQyMTg2MTAvbmV3czE0LmpwZw==

จากการตรวจสอบพบว่า รถทัวร์โดยสารคันดังกล่าวเป็นรถแบบปรับอากาศ 2 ชั้นนำเที่ยว พลิกคว่ำอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือผู้โดยสารติดอยู่ข้างใน และลำเลียงผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เบื้องต้น 20 คน อาการสาหัส 3 คน

นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผอ.แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเป็นรถทัวร์โดยสารกำลังเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงเทพฯ คาดว่าเกิดจากระบบเบรกชำรุด จึงเสียหลักพลิกตะแคงช่วงโค้งทางลงเขาตรงจุดเกิดเหตุ ช่วงกิโลเมตรที่ 341-342

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแขวงทางหลวงฯ ได้นำรถเครนมาดำเนินการเคลื่อนย้ายรถทัวร์โดยสารที่พลิกคว่ำออกจากเส้นทาง หลังจากที่รถสามารถสัญจรสวนทางกันได้เพียงแค่เลนเดียว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารช่วยอำนวยความสะดวก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะมีการสืบสวนต่อไป

ครูใหญ่สั่งปิดล็อคประตู-คล้องกุญแจ ไม่ให้เด็กเข้าโรงเรียน

เฟซบุ๊กโพสต์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ เล่าว่า เป็นนโยบายผู้อำนวยการ ช่วงเวลา 07.30 น. ปิดประตูโรงเรียนแล้ว ระบุว่ามาสาย ทั้งที่ผู้ปกครองก็รอหน้าโรงเรียนและพาลูกมาต้องพาลูกกลับบ้าน
aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODE5LzQwOTcxMTQvbmV3czEzLTEuanBn

เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวระบุว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ “สาวใต้ เมืองคอน” ได้โพสต์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ เล่าว่า “นี่เป็นนโยบายผู้อำนวยการ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเวลา 07.30 น. ปิดประตูโรงเรียนแล้ว ถามว่าถูกหรือไม่? เด็กนักเรียนมาโรงเรียน 7 โมงครึ่ง แต่ครูใหญ่ไม่ให้เข้าโรงเรียน ทั้งๆ ที่ผู้ปกครองก็รอหน้าโรงเรียน

ผู้ปกครองที่พาลูกมาโรงเรียน ต้องพาลูกกลับบ้านหมด เพราะว่าโรงเรียนใส่กุญแจ ไม่ให้เข้า ซึ่งครูให้เหตุผลว่ามาสาย จึงปิดประตูโรงเรียน ทำเกินไปหรือเปล่า …ต้องเข้าใจกันว่าผู้ปกครองแต่ละคนมีภารกิจ และไม่ได้สายมาก ปกติมาก็มาก่อน 8 โมงเช้าอยู่แล้ว ถ้ามีก็ส่วนน้อยที่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากถามสังคม และหน่วยงานศึกษาธิการ ขอความคิดเห็นด้วยว่า โรงเรียนกระทำแบบนี้ถูกต้องหรือไม่”

ทีมงานได้ประสานงานสอบถามไปยังต้นทางที่มาของเจ้าของคลิปดังกล่าว เพื่อจะสอบถามความคืบหน้า และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ตอบข้อความกลับมา และได้โทรศัพท์ไปสอบถามโรงเรียน เพื่อจะสอบถามจากทาง ผอ.โรงเรียน แต่ไม่มีใครรับสาย และยังไม่สามารถติดต่อได้

โจรบุกเดี่ยวจี้รถขนเงินกรุงไทยฉก 5 ล้าน ขณะขนใส่ ATM

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDIxLzIxMDUwNjYvbmV3czAxLmpwZw==

ระทึก! โจรควงปืนบุกเดี่ยว จี้รถขนเงินแบงก์กรุงไทย ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี กวาดเงิน 5.1 ล้านบาท หนี ตร. เร่งล่าตัว

ได้รับรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินรถขนเงินขึ้น โดยเบื้องต้น พ.ต.อ.สุเทพ ไพบูลย์ผล ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นหน้าธนาคารกรุงไทย ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. เปิดใหม่ หน้าเลคไซด์ การ์เด้นโฮม บนถนนสาย บางลี่-วัดไผ่โรงวัว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

โดยสอบถามทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรถขนเงินของธนาคาร กำลังลำเลียงถุงเงินไปใส่ยังตู้เอทีเอ็ม มีคนร้ายชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อก มีอาวุธปืน ได้ใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าหนึ่งนัด แล้วเขามาจี้เอาถุงเงินจากพนักงานไป และขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยได้เงินไปทั้งหมด 5.13 ล้านบาท

ซึ่งล่าสุด ทาง พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กำลังรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเร่งไล่ล่าตัวคนร้ายต่อไป

ไฟไหม้โรงงานย่านเลียบด่วนรามอินทรา ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNTg2LzI5MzExMzgvbmV3czA4LmpwZw==

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเก็บเครื่องจักรและตู้เก็บความเย็น โดยเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องปิดการจราจรแยกเลียบทางด่วนรามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ ส่งผลให้การจราจรติดขัดหนักมากเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ดำรงพล พันธนาม รอง สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บริษัท กู๊ดวิลล์ ดิสทริบิวเตอร์ จำกัด ซ.โยธินพัฒนา ถ.ประดิษฐมนูธรรม แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กุรงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย, พ.ต.ต.อภิโชค ขนบดี สว.สส สน.โชคชัย, เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องผลิตอาหาร ตู้ทำความเย็น ในส่วนของอาคารโรงงานเก็บเครื่องจักรและตู้เก็บความเย็น สูง 3 ชั้น พบแสงเพลิงจำนวนมากที่บริเวณชั้นที่ 1 ลุกลามอย่างรวดเร็วไปชั้นที่ 2-3 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่เร่งใช้น้ำฉีดสกัดกั้นเพลิง โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นายสมมิตร อายุ 53 ปี เจ้าของบริษัท เปิดเผยว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทำไอศกรีม ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในตัวอาคาร และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากตัวอาคารไม่มีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า คาดว่าต้นเพลิงอาจเกิดขึ้นที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องจัดเก็บอุปกรณ์สินค้า ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร 2 เลน บริเวณ ถ.ประดิษฐมนูธรรม ชั่วคราว โดยได้ปัดให้รถที่มาจากสี่แยกเลียบทางด่วนรามอินทราตัดเกษตรนวมินทร์ เข้าช่องทางด่วน ซึ่งส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานแวดล้อมพร้อมหาสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป

ระทึก! เพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ซ.เอกชัย 66 ย่านบางบอน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc0LzM4NzQ5OTAvbmV3czEyLmpwZw==

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้าย่านบางบอน ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว ส่วนสาเหตุและความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ

วันนี้ (14 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ภายในซอยเอกชัย 66 ถนนเอกชัย เขตบางบอน ในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตรองเท้า ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 5 โกดัง ภายในมีวัสดุประเภทยางจำนวนมาก เพลิงได้ลุกไหม้เสียหายไปแล้ว 1 โกดัง และมีเสียงระเบิดขึ้นเป็นระยะ ทำให้การใช้น้ำเเละโฟมของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นผล

เพลิงได้ลุกไหม้เสียหายเเล้ว จำนวน 3 โกดัง อยู่ระหว่างลุกลามโกดังที่ 4 เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งใช้น้ำเเละโฟมเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามโกดังต่อไป ส่วนกรณีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับรายงาน

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และอยู่ระหว่างระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อดับเพลิงต่อไป ส่วนสาเหตุและความเสียหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ สน.บางขุนเทียน

ทหารบุกทลายปาร์ตี้ยาชายหาดเกาะพะงัน จ่อสอบ ตร.เอี่ยว

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzU5LzM3OTg2MTgvbmV3czEzLmpwZw==

เจ้าหน้าที่ทหารบุกทลายปาร์ตี้ยาชายหาดเกาะพะงัน ลักลอบจัดฝืนคำสั่งห้าม พบชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงตัวเป็นผู้ดูแลงาน

เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 (เกาะพะงัน) โดยการนำของ ร.ท.ทนงศักดิ์ เพิ่มสนาม หัวหน้าชุด นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณหาดยวน หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบจัดปาร์ตี้บริเวณชายหาดดังกล่าว โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวมั่วสุมเปิดเพลงเสียงดังและเสพยาเสพติด ซึ่งขัดกับมติ ครม. ที่สั่งให้งดเว้นกิจกรรมบันเทิงทุกรูปแบบตลอดเดือน ต.ค.60

ตรวจสอบพบบริเวณด้านหน้าชายหาด มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชาย หญิง มากกว่า 100 คน กำลังดื่มกิน เต้นรำ กันอย่างสนุกสนานเต็มชายหาด เข้าตรวจค้นภายในร้าน พบซุกซ่อนยาเสพติด ประกอบด้วย แก๊สโมซ่า ไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะ บรรจุหลอด จำนวน 147 หลอด กระบอกสำหรับสูบแก๊ส จำนวน 1 กระบอก ลูกโป่งไว้จำนวน 150 ลูก กัญชาบรรจุเป็นม้วน พร้อมขาย จำนวน 10 ม้วน พร้อมอุปกรณ์อีกจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นมีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงตัวเป็นผู้ดูแลปาร์ตี้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวทั้ง 2 คน มาสอบสวนต่อที่ สภ.เกาะพะงัน

ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนรู้เห็นกับการจัดงานปาร์ตี้ ในห้วงเวลาที่รัฐบาลมีคำสั่งห้าม รวมทั้งยังมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้นักท่องเที่ยว ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เรื่องนี้ตนจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และจะดำเนินการในขั้นเด็ดขาดตามกระบวนการ

จระเข้ “เลพัง” ยอมกินไก่แล้ว หลังไม่ยอมกินอะไรนานนับเดือน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM4LzM2OTIyNjIvbmV3czA1LmpwZw==

หลังจากจระเข้ “เลพัง” ถูกนำตัวไปพักไว้ที่บ่อเลี้ยงภายในศูนย์วิจัยฯ เกือบเดือนไม่ยอมกินอะไร วันนี้ยอมกินไก่แล้ว รอผลดีเอ็นเอเดือนหน้า เพื่อหาที่อยู่ที่เหมาะสมต่อไป

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ชุดไกรทองลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่คอคโคไดร์เวิร์ลด์ และชุมชนชาวประมงปากบางป่าตอง ได้เข้าจับตัว “เลพัง” จระเข้เพศผู้ ความยาว 2 เมตรเศษ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ออกจากขุมน้ำสาธารณะบริเวณหน้าหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

หลังจากมีชาวต่างชาติใช้โดรนบินถ่ายภาพไว้ได้ ขณะที่จระเข้ดังกล่าวว่ายน้ำอยู่ในทะเลหน้าชายหาด และเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวมีการตรวจพบว่า จระเข้ตัวดังกล่าวได้เข้ามาหลบอยู่ในขุมน้ำสาธารณะ ซึ่งห่างจากชายหาดประมาณ 300 เมตร โดยใช้เวลาในการจับ 2 วัน 2 คืน และนำตัวไปพักไว้ที่บ่อเลี้ยงภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการตรวจพันธุกรรมของเจ้าเลพัง จระเข้ตัวดังกล่าว ว่าเป็นสายพันธุ์แท้หรือสายพันธุ์ผสม เพื่อตัดสินใจในการนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป

และวันนี้ (29 ก.ย.) จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดูแลจระเข้เลพัง อยู่ภายในศูนย์วิจัยฯ และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ทราบว่า ในแต่ละวันเลพังจะนอนแช่น้ำอยู่นิ่งๆ และมีการเคลื่อนไหวร่างกายตามปกติ สภาพทั่วไปแข็งแรงสมบูรณ์ดี และภายในบ่อมีการก่อกองทราย

โดยใช้ไม้ล้อมกรอบเป็นสี่เหลี่ยม เพื่อให้เลพังได้ขึ้นไปนอนพัก ซึ่งในช่วง 28 วัน ที่นำมาพักฟื้นในบ่อดังกล่าว ได้มีการให้อาหารทั้งปลาเป็นและปลาตายลงไปในบ่อ รวมทั้งเนื้อไก่ แต่เลพังก็ไม่ยอมกิน แม้จะใส่ตะแกรงแล้วนำไปใกล้ปากก็ไม่สนใจ

กระทั่งวันนี้ได้ทดลองนำซี่โครงไก่ใส่เข้าไปในปาก และเลพังก็ได้กลืนเข้าไปทันที สร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะได้มีการนำเสนอผลการตรวจดีเอ็นเอของเลพังที่ชัดเจน และเมื่อทราบผลแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการประชุมหารือแนวทางในการนำเจ้าเลพังไปไว้สถานที่ที่เหมาะสมต่อไป

หนุ่มปัตตานีขอเดินวิ่งไปสักการะพระบรมศพ ถึงแม้จะไม่ทัน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzI3LzM2MzkwOTgvbmV3czA3LmpwZw==

หนุ่มปัตตานีเดินวิ่งไปสักการะพระบรมศพรวมระยะทาง 1,045 กิโลเมตร แม้ว่าจะไม่ทัน เพราะจะปิดในวันที่ 30 กันยายนนี้

นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 43 ปี ชาวบ้าน ตำบลสะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี ออกเดินและวิ่งจากจ.ปัตตานี บ้านเกิดมุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เป็นระยะทาง 1,045 กิโลเมตร ด้วยความหวังจะได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งสุดท้าย

แม้จะรู้ดีว่าอาจจะไม่ทันเนื่องจากจะมีการปิดให้กราบสักการะพระบรมศพวันสุดท้ายวันที่ 30 กันยายนนี้แล้วก็ตาม แต่นายอับดุล ยังมุ่งมั่นและตั้งใจแน่วแน่ที่จะเดินให้ถึงด้วยความหวังว่าจะมีโอกาสได้เข้ากราบสักการะเป็นกรณีพิเศษ โดยเริ่มออกเดินทางจากบ้านเกิดที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 กันยายน จะเดินและวิ่งให้ได้อย่างต่ำวันละ 70 กิโลเมตร รวมระยะเวลา 17 วัน

ล่าสุดได้เดินทางถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และหยุดพักเพื่อเตรียมออกเดินทางต่อในเช้าวันนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางได้มีประชาชนออกมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทหารพรานค่ายลพบุรีราเมศวร์ ที่ดูแลความปลอดภัยระหว่างเขตรอยต่อ จ.สงขลา กับ จ.ปัตตานี

นายอับดุล กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่วิ่งไปกราบสักการะพระบรมศพ โดยครั้งแรกได้เข้าร่วมกิจกรรม “วิ่ง 999 กิโลเมตร สานใจใต้สู่กลางใจไทย ถวายรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ปัตตานี-กรุงเทพฯ” มาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อย ทุ่มเทพระวรกายทรงงาน เพื่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ยังความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้