หนุ่มเดินข้ามทางม้าลาย จู่ๆ เจอแท็กซี่พุ่งชน แถมต่อยหน้าพังยับ

 

(14 ก.พ.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจาก เฟซบุ๊ก Wipas Toon Wimonsate ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์เจออุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชนบนทางม้าลาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ. เวลา 19.30 น. ผู้โพสต์อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA2OC81MzQyODgyLzkuanBn

“วันดีๆ เสียเพราะแท็กซี่เลวๆ หนึ่งคน ขณะกำลังข้ามถนนกับเพื่อนเพื่อไปกินข้าวเย็นเวลา 19.30 น. เดินบนทางม้าลายข้ามมาได้สองเลนแล้ว รถจอดให้ทั้งสองเลน มาถึงเลนสุดท้ายซ้ายสุด แท็กซี่วัยน่าจะประมาณ 30 พุ่งมาแบบไม่คิดจะจอด

เราผงกหัวให้ขอให้จอด ดูเหมือนมันจะชะลอลง เรากับเพื่อนก็ก้าวต่อ แท็กซี่ดันพุ่งต่อเข้ามาใส่ เราตกใจใช้เท้ายันด้านข้างของหน้ารถมันเพื่อโดดถอยกลับ แท็กซี่เลยเบรกจอด เพื่อนกระโดดหนีขึ้นฟุตปาธไปได้ (ไม่งั้นเพื่อนคงโดนชน)

แท็กซี่เปิดประตูมา ดันกระแทกใส่ขาเราอีก เราก็ดันประตูกลับ ก็เจ็บนี่หว่า มันดันตัวออกมาแล้วต่อยเรารัวๆ เราได้แต่ป้องกันตัว โชคดีที่พี่วินสองสามคนเข้ามาช่วยเราไว้และขู่แท็กซี่ มันเลยหยุดแล้วขับหนีไปดื้อๆ

ก็แจ้งตำรวจไป พี่วินเรียกปอเต็กตึ๊งเอารถพยาบาลมารับไปหาหมอ เย็บ 4 เข็มที่คิ้วข้างซ้าย (พี่วินบอกว่าแท็กซี่น่าจะใส่แหวน) กระดูกจมูกร้าว หน้าด้านซ้ายช้ำ จบจากหมอก็ไปหาตำรวจ (สามีของเพื่อนมารับ) แจ้งความไป ตำรวจบอกจะเอาเรื่องให้หนัก กำลังตามจับตัวอยู่ แต่ยังติดต่อศูนย์แท็กซี่ไม่ได้

#ข้ามถนนเมืองกรุงยังยากเหมือนสมัยสรพงษ์ยังหนุ่ม #เลือดสาด #พาวเวอร์แบงค์กระเด็นหาย #สร้อยคอขาดกระเด็นหาย #กรุงเทพชีวิตดี๊ดี”

ข่มขืนสาวสติไม่ดี ฟันหัว-ตัดนิ้ว คิดว่าตายโยนทิ้งข้างทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 พ.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งว่า มีคนนอนเปลือยกายมีเลือดท่วมตัวอยู่ข้างถนนใกล้โรงแรมร้าง หมู่บ้านท่าตอน อ.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ กู้ภัยจึงรีบไปที่เกิดเหตุ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODU1LzQyNzY5OTQvNi5qcGc=

พบหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี นอนเปลือยจมกองเลือดหายใจโรยรินอยู่ ที่บริเวณศีรษะถูกฟันจนหัวแบะ มือข้างซ้ายถูกฟันจนขาดและนิ้วมือข้างขวาขาดไป 2 นิ้ว อาการสาหัสกู้ภัยจึงได้รีบนำส่ง รพ.แม่อาย เป็นการด่วนและได้ส่งต่อไปที่ รพ.นครพิงค์ เพื่อรับการรักษาต่อไป เนื่องจากผู้เสียหายอาการสาหัสมากต้องผ่าตัดโดยด่วน

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย ทำให้ทราบว่า ผู้เสียหาย ชื่อ นางนาหม่วย อายุ 28 ปี เป็นคนสติไม่สมประกอบ เป็นคนเร่ร่อน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. คนร้ายได้ล่อลวงหญิงสาวให้ไปที่โรงแรมร้าง

และลงมือบังคับข่มขืนแล้วใช้มีดฟันเพื่อที่จะฆ่าปิดปาก แต่หญิงสาวได้ยกมือขึ้นไปบังไว้ทำให้โดนฟันมือขาด และคนร้ายได้ฟันซ้ำอีกครั้งที่หัว และคิดว่าหญิงสาวเสียชีวิตแล้วจึงได้หลบหนีไป หญิงสาวจึงตะเกียกตะกายออกมาที่ถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย จึงได้เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นโรงแรมร้าง ในที่เกิดเหตุพบกองเลือดขนาดใหญ่และมือที่ขาดตกอยู่ และนิ้วมืออีก 2 นิ้ว รวมทั้งเสื้อผ้าและกางเกงในของผู้เสียหายด้วย จึงรีบนำมือและนิ้วส่งไปรพ.เพื่อแช่แข็งโดยเร่งด่วน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมขอรูปจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อเร่งไล่ล่าคนร้ายอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นคดีร้ายแรงและสะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ซึ่งไม่เคยมีคดีสะเทือนขวัญและโหดเหี้ยมอำมหิตลักษณะเช่นนี้มาก่อน

เปิดเบื้องหลัง กลุ่มเด็กที่ยะลาชูป้ายสู้ๆ เชียร์ “ตูน”

จากกรณีที่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ศิลปินยอดนิยม จัดโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยออกวิ่งจากใต้สุดแดนสยาม ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ไปยังเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อรับบริจาคเงินจัดซื้อเครื่องมือให้โรงพยาบาล 11 แห่ง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODI0LzQxMjEyNjIvNi5qcGc=

(3 พ.ย.) โดยในโลกออนไลน์รวมถึงอินสตาแกรมของ ตูน บอดี้สแลม เองก็มีการโพสต์ภาพกลุ่มเด็ก อ.เบตง จ.ยะลา ยืนบนหลังคารถและชูป้ายที่เขียนคำว่า สู้ๆ เอาไว้ ต่อมามีการเปิดเผยว่ากลุ่มเด็กดังกล่าวมาจากครอบครัวติงกูแว โดยผู้ปกครองเป็นคนพาเด็กๆ มาให้กำลังใจนักร้องชื่อดัง ซึ่งเฟซบุ๊ก Soraya Mada-u ได้เล่าเหตุการณ์และเผยภาพเบื้องหลังไว้ดังนี้

“เห็นภาพนี้แล้วยิ้ม นั่นมันหลานตัวป่วนทั้งนั้น!!! ติดตาม Live พี่ตูนและคณะมาสองวัน รู้สึกชื่นชมและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ตลอดระยะเส้นทางที่พี่ตูนวิ่งผ่าน เริ่มตั้งแต่ปากอุโมงค์เบตง ธรรมชาติรอบๆข้างสวยมาก แอบภูมิใจในบ้านเกิดตัวเอง และกำลังใจที่รอพี่ตูนอยู่อบอุ่นตลอดทาง

วันนี้กลุ่มแชทครอบครัวดังรัวทั้งวัน หลานถือป้าย สู้ๆ บนรถจิ๊ป ที่บ้านบันนังสตา ซึ่งความคิดครีเอทนี้ มาจากพี่ชายคนนี้ John Melayoi Maju ถามเด็กๆว่าอยากถ่ายรูปกับดารามั้ย? เด็กๆตอบอย่างไม่ลังเลว่าอยาก!!

จึงเกิดรูปอย่างที่เห็น รูปที่เกิดขึ้นจากความจริงใจ ไม่มีการปรุงแต่ง ซึ่งเชื่อว่าใครเห็นแล้ว อดยิ้มตามไม่ได้ และพี่ตูนกับคณะคงมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน 3 จังหวัด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คนต่างพื้นที่คิดกัน

ในรูป เสื้อม่วงปะดอยี ถือป้ายนูรุล เสื้อลายฟ้าเชากิร และหลานอีกหลายคนบนรถ ดูหน้าเด็กๆแล้วอดขำไม่ได้”

อ่านวินาทีหยุดตูนให้ถ่ายรูปกับเด็กๆในภาพนะคะ #ภาพนี้พี่ตูนและก้อยเอาลงไอจีส่วนตัวด้วย #ก้าวคนละก้าว #เบตงแม่สาย #พี่ตูนหัวใจหล่อมากกกกก”

เผยสภาพลูกเสือซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ หลังทำงานถึงตี 3

(28 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊ก Wat Rajabopit School โดยเป็นภาพของกลุ่มลูกเสือเยาวชน ซึ่งนอนพักริมถนนในอิริยาบถต่างๆ หลังอาสาเข้ามาช่วยงานในซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODA4LzQwNDE5NzQvMTAuanBn

โดย เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด #แม้สภาพร่างกายจะเหนื่อยล้าสักเท่าไหร่ ก็ต้องอดทนและทำมันให้สำเร็จ เด็กอายุเพียง 12-18 ปี ที่มาปฏิบัติหน้าที่ ต้องตากแดด ตากฝน เสียสละความสุขส่วนตน และมาทำเพื่อส่วนรวม

ลูกเสือกองร้อยพิเศษ โรงเรียนวัดราชบพิธ เข้าปฏิบัติหน้าที่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 04.40น. เพื่อถวายงานครั้งสุดท้าย #ภาพที่เห็นคือรอขนย้ายดอกไม้จันทน์ ประมาณเกือบ 1ล้านดอก เพื่อไปเผา เวลา 03.30น.”

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความชื่นชมมากมาย เพราะแม้ลูกเสือแต่ละคนจะมีอายุน้อย แต่ก็ตั้งใจทำงานจนดึกดื่น เพื่อถวายงานเป็นครั้งสุดท้ายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

รวบ 2 สาวจีนที่เชียงใหม่ ตระเวนรับจ้างสอบโทเฟล รอบโลก

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc5LzM4OTYxOTAvMi5qcGc=

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ 2 สาวจีน พร้อมของกลาง พาสสปอร์ตปลอมจำนวน 2 เล่ม ที่ ม.เชียงใหม่ รับสารภาพ ตระเวนรับจ้างสอบโทเฟล

วันที่ 16 ต.ค. 60 เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจาก ผศ.ทรงพันธ์ ตันตระกูล รองคณะบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ควบคุมการสอบโทเฟล (TOEFL) ว่า สงสัยจะมีชาวต่างชาติใช้หนังสื่อเดินทางปลอมมาแสดงต่อคณะกรรมผู้คุมสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจึงประสานเจ้าหน้าที่ ตม.เข้าไปตรวจสอบภายในสถานที่จัดสอบ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติอยู่ภายในห้องสอบกว่า 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาสอบเพื่อนำคะแนนไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่พบ นางสาวจิง ซู และนางสาวเจียงเจียง ฉวน สัญชาติจีน เข้าร่วมในการสอบครั้งนี้ด้วย จึงได้ขอตรวจเอกสารหนังสือเดินทาง

เบื้องต้น พบว่า ทั้งนางยาวจิง ซู อายุ 22 ปี และนางสาวเจียงเจียง ฉวน อายุ 26 ปี ถือหนังสือเดินทางคนละ 2 เล่ม โดยนางสาวจิง ซู ถือหนังสือเดินทางฉบับจริงตรงตามชื่อ 1 เล่ม ส่วนอีกเล่มเป็นหนังสือเดิมทางที่ปลอมขึ้นมาในชื่อซู คาซิง ส่วนนางสาวเจียงเจียง ฉวน ใช้หนังสือเดินทางที่มีการปลอมในชื่อ หลิงซิ ยิง

โดยขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น ปรากฏว่าชาวต่างชาติอีก 5 คนที่อยู่ภายในห้องสอบ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ต้องหา 2 คนที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวอยู่ ได้ไหวตัวทันและวิ่งหลบหนีออกไปจากห้องสอบ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทั้งหมดมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และเคยสอบโทเฟลผ่านแล้ว จึงมีนายหน้าในประเทศจีนจ้างให้มาสอบแทนบุคคลอื่นได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 – 30,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยคนละ 50,000 – 100,000 บาท

ที่ผ่านมาได้รับจ้างและตระเวนเดินสายสอบไปในหลายประเทศ โดยการเดินทางเข้าแต่ละประเทศจะใช้หนังสือเดินทางตัวจริง แต่การสมัครและเข้าสอบจะใช้หนังสือเดินทางที่ปลอมแปลงขึ้นมาในชื่อของบุคคลที่ว่างจ้างให้มาสอบ

สำหรับการสอบ TOEFL หรือ Test of English as a Foreign Language เป็นการทดสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษตามมาตรฐานของภาษาอังกฤษ อเมริกัน ซึ่งมีการออกแบบสำหรับใช้ในการประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัคร เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในเรื่องของการศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยผลคะแนนโทเฟลจะใช้ได้เป็นระยะเวลา 2 ปี

เดิม TOEFL ใช้สำหรับการศึกษาต่อเฉพาะในประเทศอเมริกา แต่ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยมากกว่า 7,000 แห่ง ในกว่า 130 ประเทศ ซึ่งรวมถึงเกือบทุกมหาวิทยาลัยในอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และแคนาดา ยอมรับมาตรฐานและอนุญาตให้ผลการการสอบนี้

สลด! 2 เด็กชายอายุ 13 ปี ขี่ จยย. ถูกกระบะชนเข้าอย่างจัง ดับ 1 สาหัส 1

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzYxLzM4MDc0NzAvMC5qcGc=

รถกระบะชน จยย. ก่อนลาก จยย.ที่อยู่ใต้ท้องรถไปด้วยจนไฟลุกท่วม วอดทั้งกระบะทั้ง จยย. คนขับกระบะเเละครอบครัวหนีออกจากรถได้อย่างหวุดหวิด ส่วนผู้ขี่ จยย. 2 ราย วัย 13 ปี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย

วันที่ 8 ต.ค. 60 ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ มีไฟไหม้และมีผู้บาดเจ็บที่ถนนสายด่านช้าง-หนองปรือ หมู่ 3 ต.ด่านช้าง จึงประสานรถดับเพลิงแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขต อ.ด่านช้าง

ที่เกิดเหตุพบร่างเด็กชายอายุระหว่าง 13 ปี 2 ราย นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.ด่านช้าง ให้แพทย์ช่วยชีวิต ใกล้กันมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาดำ ทะเบียน ผค 4441 นครปฐม จอดอยู่ข้างทางมีไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำควบคุมใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับไฟได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่รถกระบะถูกไฟไหม้วอดพร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กวฉ 52 บุรีรัมย์ ที่ถูกรถกระบะชนติดคาอยู่ใต้ท้อง สภาพพังเสียหายทั้งสองคัน

ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบวาก่อนเกิดเหตุ นายนิรุติ อายุ 29 ปี ได้ขับรถกระบะออกจากบ้านพาภรรยาและลูกสาววัย 10 ขวบ ไปทำบุญไหว้พระหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางสามแยก มีรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บขี่ออกจากทางแยกตัดหน้ารถกระบะในระยะกระชั้นชิด ทำให้คนขับรถกระบะเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างแรง จนร่างเด็กชายทั้งสองกระเด็นกระแทกพื้น และรถกระบะได้ลากรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใต้ท้องรถ ครูดไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางยาวเกือบ 80 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกไหม้รถกระบะ เคราะห์ดีที่คนขับเบรกและรีบจอดรถข้างทางหนีออกมาได้ทัน หวิดถูกย่างสด

ส่วนผู้ขับรถจักรยานยนต์ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ด่านช้าง ชื่อ ด.ช.เอ อายุ 13 ปี ส่วนคนซ้อนท้ายชื่อ ด.ช.พี อายุ 13 ปีอาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช

ซึ่งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้ชวนกันขับขี่รถจักรยานยนต์มาจาก ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มาเที่ยวหาดทราย ในเขต อ.ด่านช้าง แล้วมาประสบอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วิจารณ์ยับ! ยิงไก่ตัวเป็นๆ ทดสอบความขลังแร่เกาะล้าน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzQ4LzM3NDE2MjIvNy5qcGc=

โซเชียลจวกหนัก! คลิปกลุ่มชายฉกรรจ์จับไก่เป็นๆ คล้องแร่เกาะล้าน ก่อนใช้ปืนยิงใส่หลายนัดทดลองความเหนียว

วันนี้ (3 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 5 นาที พร้อมระบุข้อความว่า “แร่เกาะล้าน ลองความเหนียว” โดยภายในภาพมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4–5 คน นำไก่ 1 ตัว มาผูกไปมัดไว้กับต้นไม้ พร้อมคล้องวัตถุบางอย่าง ซึ่งชายกลุ่มนี้เรียกว่า “แร่เกาะล้าน” ที่คอของไก่

ก่อนที่ชายในกลุ่มจะใช้อาวุธปืนยิงใส่ในระยะประชิดจำนวนหลายนัด แต่ผลปรากฏว่าไก่ตัวดังกล่าวกลับไม่ได้รับบาดเจ็บหรือตายแต่อย่างใด ยังคงดิ้นไปมา จากนั้นชายอีกคนหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนพกอีกกระบอกออกยิงไก่ซ้ำอีกจำนวน 2 ครั้ง แต่ไก่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยในโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ถึงพฤติกรรมความรุนแรงของการกระทำดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายการทำทารุณต่อสัตว์ โดยหลายความคิดเห็นได้ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่าการกระทำลักษณะนี้เป็นเรื่องที่สมควรและเหมาะสมหรือไม่

รวบชายโรคจิตยืนช่วยตัวเอง เดินตามสาวเข้าหอพัก เผยเสพยาบ้ามาจึงเกิดอารมณ์

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM1LzM2NzgzMTQvdW50aXRsZWQtMWNvcHkuanBn

กรณีชายกระทำอนาจารตามหญิงสาวถึงหอพักแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน โดยเหตุเกิดเมื่อ ช่วงกลางดึกของวันที่ 22 ก.ย. 60 สร้างความหวาดกลัวให้กับหญิงสาวที่พักอาศัยในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ล่าสุดจับตัวได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 ก.ย. 60) ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายโรคจิตคนดังกล่าวไว้ได้ หลังจากสืบทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่หอพักชุมชนขยะ หมู่ 9 ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ทราบชื่อต่อมาคือ นายเสนาะ อายุ 30 ปี อยู่ชุมชนขยะหมู่บ้านเพียงใจ ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว จ.พิษณุโลก และได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกันกับแฟนสาวที่บ้านพัก ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ทะเลาะมักจะออกมาหาดื่มเหล้า ประกอบกับตนได้เสพยาบ้ามาด้วย จากนั้นได้ออกมาดื่มสุรากินแถวย่านหอพักของหญิงสาวผู้เสียหายดังกล่าว

โดยตนได้ขี่ จยย.และมีอาการมึนเมา จนมาเจอผู้เสียหาย ขี่รถจยย.แซงตนเองขึ้นไประหว่างทาง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น จึงได้ขับรถติดตามผู้เสียหายไปจนถึงหอพักแล้วจอดรถไว้ข้างๆ หอ เดินตามขึ้นไปบนหอพัก และได้เรียกผู้เสียหายให้หันกลับมาดูตนเองที่กำลังช่วยตัวเองอยู่

เมื่อผู้เสียหายหันกลับมาดู ก็ตกใจ ร้องเอะอะโวยวาย ตนเองเกรงว่าผู้อื่นจะเห็นจึงรีบวิ่งออกมาจากหอพักมาที่รถแล้วขับออกไปกลับที่พัก

ทางเจ้าหน้าที่เมื่อควบคุมตัวได้แล้ว ได้ทำการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดในปัสสาวะ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, เมทแอมเฟตามีน) อีกหนึ่งข้อหา พร้อมกับข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะ กระทบต่อสภาพจิตใจของผู้อื่นและได้เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน ได้คัดค้านการประกันตัว เพื่อรอสอบขยายผลเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดด้วย และจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลในวันศุกร์นี้เพื่อพิจารณาคดีตามกฎหมาย

สำหรับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยถูกชายดังกล่าวก่อเหตุกระทำความผิด สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ที่พนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน

เครื่องบินซูดานชนเหยี่ยว นักบินควบคุมเครื่องปลอดภัย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM1LzM2NzYxMjIvNC5qcGc=

เกิดเหตุเครื่องบินชนกับนกขณะบินอยู่กลางอากาศในประเทศซูดาน จนทำให้จมูกเครื่องบินเสียหายเป็นรูขนาดใหญ่ แต่นักบินสามารถควบคุมเครื่องเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ภาพอันน่าตกตะลึงของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับจมูกเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘บาดร์ แอร์ไลน์’ สัญชาติซูดาน หลังจากที่เครื่องบินลำนี้บินชนนกเหยี่ยวตัวใหญ่ที่บินผ่านมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 กันยายน) แต่นักบินสามารถควบคุมเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ข่าวระบุว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-500 เที่ยวบิน เจ4341 ลำนี้เดินทางออกจากเมืองอัด ดามาซิน เมืองเอกของรัฐ บลู ไนล์ ของซูดาน เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของประเทศ ก่อนจะชนเข้ากับนกเหยี่ยวตัวใหญ่ขณะบินด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง จนจมูกเครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่นักบินตัดสินใจเดินทางต่อและนำเครื่องไปถึงจุดหมาย

คนใกล้ชิดยันไม่รู้มาก่อน ‘ยิ่งลักษณ์’ จะหนี เจอทูตยุโรปก่อนไป

คนใกล้ชิด ยัน ไม่รู้มาก่อนว่า “ยิ่งลักษณ์” จะไม่ไปศาล-หลบหนี เผย ก่อนถึงวันนัด มีเอกอัครราชทูตประเทศในยุโรปเชิญพูดคุย

แหล่งข่าวคนใกล้ชิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลบหนี ไม่ยอมเดินทางไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา เปิดเผยกับ INN ว่า

ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันศาลนัดตัดสินคดีจำนำข้าวมีเอกอัครราชทูตของประเทศหนึ่งในยุโรป เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปพูดคุยเกี่ยวกับคดีจำนำข้าวและสถานการณ์ทางการเมือง จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และทีมงานหลายคนก็เดินทางไปไหว้พระ ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับมารับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงแรมชื่อดัง

ทั้งนี้ แหล่งข่าว ยืนยันคนใกล้ชิดที่ติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาโดยตลอด ไม่มีใครทราบมาก่อนเลยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตัดสินใจ จะไม่ไปศาลในวันที่ 25 ส.ค. และไม่ทราบด้วยว่าจะหลบหนี เพราะคนใกล้ชิดบางคนได้ไปรอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่หน้าศาลเพื่อเตรียมการนัดแนะในการพบปะกับประชาชนที่มาให้กำลังใจด้วย