ครูใหญ่สั่งปิดล็อคประตู-คล้องกุญแจ ไม่ให้เด็กเข้าโรงเรียน

เฟซบุ๊กโพสต์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ เล่าว่า เป็นนโยบายผู้อำนวยการ ช่วงเวลา 07.30 น. ปิดประตูโรงเรียนแล้ว ระบุว่ามาสาย ทั้งที่ผู้ปกครองก็รอหน้าโรงเรียนและพาลูกมาต้องพาลูกกลับบ้าน
aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODE5LzQwOTcxMTQvbmV3czEzLTEuanBn

เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวระบุว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ “สาวใต้ เมืองคอน” ได้โพสต์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ เล่าว่า “นี่เป็นนโยบายผู้อำนวยการ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเวลา 07.30 น. ปิดประตูโรงเรียนแล้ว ถามว่าถูกหรือไม่? เด็กนักเรียนมาโรงเรียน 7 โมงครึ่ง แต่ครูใหญ่ไม่ให้เข้าโรงเรียน ทั้งๆ ที่ผู้ปกครองก็รอหน้าโรงเรียน

ผู้ปกครองที่พาลูกมาโรงเรียน ต้องพาลูกกลับบ้านหมด เพราะว่าโรงเรียนใส่กุญแจ ไม่ให้เข้า ซึ่งครูให้เหตุผลว่ามาสาย จึงปิดประตูโรงเรียน ทำเกินไปหรือเปล่า …ต้องเข้าใจกันว่าผู้ปกครองแต่ละคนมีภารกิจ และไม่ได้สายมาก ปกติมาก็มาก่อน 8 โมงเช้าอยู่แล้ว ถ้ามีก็ส่วนน้อยที่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากถามสังคม และหน่วยงานศึกษาธิการ ขอความคิดเห็นด้วยว่า โรงเรียนกระทำแบบนี้ถูกต้องหรือไม่”

ทีมงานได้ประสานงานสอบถามไปยังต้นทางที่มาของเจ้าของคลิปดังกล่าว เพื่อจะสอบถามความคืบหน้า และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ตอบข้อความกลับมา และได้โทรศัพท์ไปสอบถามโรงเรียน เพื่อจะสอบถามจากทาง ผอ.โรงเรียน แต่ไม่มีใครรับสาย และยังไม่สามารถติดต่อได้

ไฟไหม้โรงงานย่านเลียบด่วนรามอินทรา ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNTg2LzI5MzExMzgvbmV3czA4LmpwZw==

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเก็บเครื่องจักรและตู้เก็บความเย็น โดยเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องปิดการจราจรแยกเลียบทางด่วนรามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ ส่งผลให้การจราจรติดขัดหนักมากเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ดำรงพล พันธนาม รอง สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บริษัท กู๊ดวิลล์ ดิสทริบิวเตอร์ จำกัด ซ.โยธินพัฒนา ถ.ประดิษฐมนูธรรม แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กุรงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย, พ.ต.ต.อภิโชค ขนบดี สว.สส สน.โชคชัย, เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องผลิตอาหาร ตู้ทำความเย็น ในส่วนของอาคารโรงงานเก็บเครื่องจักรและตู้เก็บความเย็น สูง 3 ชั้น พบแสงเพลิงจำนวนมากที่บริเวณชั้นที่ 1 ลุกลามอย่างรวดเร็วไปชั้นที่ 2-3 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่เร่งใช้น้ำฉีดสกัดกั้นเพลิง โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นายสมมิตร อายุ 53 ปี เจ้าของบริษัท เปิดเผยว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทำไอศกรีม ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในตัวอาคาร และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากตัวอาคารไม่มีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า คาดว่าต้นเพลิงอาจเกิดขึ้นที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องจัดเก็บอุปกรณ์สินค้า ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร 2 เลน บริเวณ ถ.ประดิษฐมนูธรรม ชั่วคราว โดยได้ปัดให้รถที่มาจากสี่แยกเลียบทางด่วนรามอินทราตัดเกษตรนวมินทร์ เข้าช่องทางด่วน ซึ่งส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานแวดล้อมพร้อมหาสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป

ระทึก! เพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ซ.เอกชัย 66 ย่านบางบอน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzc0LzM4NzQ5OTAvbmV3czEyLmpwZw==

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้าย่านบางบอน ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว ส่วนสาเหตุและความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ

วันนี้ (14 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ภายในซอยเอกชัย 66 ถนนเอกชัย เขตบางบอน ในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตรองเท้า ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 5 โกดัง ภายในมีวัสดุประเภทยางจำนวนมาก เพลิงได้ลุกไหม้เสียหายไปแล้ว 1 โกดัง และมีเสียงระเบิดขึ้นเป็นระยะ ทำให้การใช้น้ำเเละโฟมของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นผล

เพลิงได้ลุกไหม้เสียหายเเล้ว จำนวน 3 โกดัง อยู่ระหว่างลุกลามโกดังที่ 4 เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งใช้น้ำเเละโฟมเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามโกดังต่อไป ส่วนกรณีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับรายงาน

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และอยู่ระหว่างระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อดับเพลิงต่อไป ส่วนสาเหตุและความเสียหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ สน.บางขุนเทียน

ตร.แจงโซเชียลเครื่องตรวจหนังสือเดินทางสนามบินไม่ทำงาน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzM4LzM2OTIyMTgvbmV3czA0LmpwZw==
รองโฆษก ตร.แจงโซเชียลกรณีแพร่ข้อมูลเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ด่าน ตม.ท่าอากาศยาน กรุงเทพฯ ไม่ทำงาน มีเจ้าหน้าที่แค่ 2 นายปฏิบัติงาน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ไม่สามารถใช้การได้ ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อเช้าที่ผ่านมา ( 29 ก.ย.2560 ) ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจาก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ซึ่งได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

ในส่วนของเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติที่ไม่สามารถใช้งานได้นั้น ไม่ได้เกิดจากที่ตัวเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติและเครื่องตรวจหนังสือเดินทางของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่เกิดจากการที่ระบบเครือข่ายของบริษัทที่ส่งสัญญาณขัดข้องไม่สามารถส่งข้อมูลเชื่อมต่อสัญญาณ เพื่อเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์ของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำให้ระบบของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่สามารถใช้งานได้

ซึ่งขณะที่ไม่สามารถใช้งานได้นั้น ทาง ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มทุกช่องตรวจ ไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่แค่ 2 นาย ตามที่ถูกกล่าวถึงในสื่อ และขณะนี้เครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และระบบการตรวจหนังสือเดินทางของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถใช้งานได้เป็นปกติ เนื่องจากทางบริษัทได้ ช่วยเร่งแก้ปัญหาและส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต จนสามารถใช้งานได้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันนี้ (29 ก.ย.2560)

จึงขอเรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบว่า ตามนโยบาย ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการกำชับให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการให้บริการกับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือ ในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวมาโดยตลอดด้วย

ตร.บุกจับ “เสืออูฐใสปุด” ขาใหญ่ค้ายาเมืองคอน หลบหนีทัน ทิ้งพ่อรับกรรมแทน

ตำรวจสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ วางแผนรวบ “เสืออูฐใสปุด” ขาใหญ่ยาเสพติด เมืองคอน แต่หลบหนีได้ทัน ค้นหลักฐานพบเอ็ม 16 ทิ้งพ่อรับกรรมโดนข้อหาซุกปืนในรถ

(9 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ร่วมสอบสวนผู้ต้องหามีอาวุธสงคราม หลังช่วงค่ำที่ผ่านมา มอบหมายให้ พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส. ร.ต.อ.รักธรรม ส้มเขียวหวาน รอง สว.สส.พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน และ อส.ตร.วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยมีอาวุธปืนสงคราม และยาเสพติด ฉายาว่า “เสืออูฐใสปุด” จึงเดินทางไปตรวจสอบตามที่รับแจ้งจากสายลับ บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านใสปุด ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จึงทำการปิดล้อมจับกุม

พบเจ้าของบ้านทราบชื่อคือ นายมโน อายุ 65 ปี ตรวจสอบพบว่าในรถยนต์เก๋งนิสสัน สีน้ำเงิน จอดอยู่หน้าบ้าน พบว่าในรถมีอาวุธปืนเอ็ม 16 อยู่ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 30 นัด จึงทำการยึดมาตรวจสอบ พบว่าอาวุธปืนเอ็ม 16 มีร่องรอยลบหมายเลขประจำปืน คาดเป็นปืนของทางราชการที่ถูกขโมยมา

จากการสอบสวน นายมโน เจ้าของบ้าน ให้การว่า รถคันดังกล่าวเป็นของนายต้น บ้านอยู่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขับรถยนต์เก๋งดังกล่าวมาเยี่ยมภรรยาของตนที่ป่วยเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นญาติกัน แต่รถของนายต้น เกิดเสีย จึงฝากจอดไว้ที่บ้าน

กระทั่งผ่านมานานแล้ว แต่นายต้น ไม่มาเอารถยนต์กลับไป ตนไม่ทราบว่าในรถยนต์เก๋งของนายต้น มีอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากสายลับรายงานว่าปืนดังกล่าวเป็นของ นายอูฐ ลูกของนายมโน เจ้าของบ้าน

แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายอูฐ เกิดไหวตัวทัน ก่อนหลบหนีไป และทิ้งปืนเอาไว้จนพ่อต้องมารับกรรม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมนำนายมโน มาดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายทราบชื่อนายไพบูรณ์ ทองส่อง อายุ 42 ปี และนายศุภชัย จำนงจิตร อายุ 26 ปี โดยทั้งสองให้การว่ามาเยี่ยมภรรยาของนายมโน ที่ป่วย เนื่องจากเป็นญาติกัน แต่เจ้าหน้าที่ ตรวจหารสารเสพติดในร่างกายพบมีสารเสพติด ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย รับว่าเสพยาบ้ามาแล้ว จึงถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่า นายอูฐ ลูกชายของนายมโน มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดและมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง จึงวางแผนเข้าจับกุม แต่นายอูฐ ผู้ต้องสงสัย ไหวตัวทันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาพ่อของนายอูฐ ข้อกล่าวหามีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมายส่วนจะผิดหรือไม่ อยู่ที่พนักงานสอบสวนและศาลจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

รพ.เพชรบูรณ์ ระบุชายถูกหมีกัดยังไม่พ้นขีดอันตราย

รองผอ.รพ.เพชรบูรณ์ แถลงอาการชาวบ้านถูกหมีกัดยังไม่พ้นขีดอันตราย ปอกแตก 2 ข้างเสียเลือดมาก เฝ้าดูอาการ 24-48 ชั่วโมง

นายแพทย์กอบชัย จิรชาญชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แถลงถึงอาการป่วยของ นายฝน ชาวบ้านที่ถูกหมีควายของสำนักสงฆ์ดังที่เพชรบูรณ์กัดขย้ำจนได้รับบาดเจ็บอาการปางตายว่า อาการของผู้ป่วยรายนี้ตั้งแต่อาการแรกรับสัญญาณชีพจรอ่อนมาก แพทย์ตรวจพบบาดแผลตามร่างกายกว่า 20 แห่ง และพบบาดแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่สีข้างด้านซ้ายและบริเวณหลังด้านซ้าย โดยมีรอยเล็บและรอยเขี้ยวต่างๆ ทำให้บาดแผลเป็นรอยลึกและเสียเลือดมาก

นอกจากนี้ยังมีบาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บหมีที่จิกลงไปบริเวณทรวงอก ทำให้ปอดสองข้างของคนไข้แตก

การรักษาเบื้องต้นมีการใส่ท่อระบายทรวงอกเพื่อเจาะเอาลมและเลือดที่ขังในปอดออก จากนั้นใส่เครื่องช่วยหายใจให้มีการให้สารน้ำและเลือดทดแทน

นายแพทย์กอบชัย กล่าวอีกว่า อาการทั่วไปขณะนี้ยังไม่พ้นขีดอันตรายผุ้ป่วยอยู่ในห้องไอซียู เนื่องจากความดันยังไม่คงที่ ที่สำคัญจากการที่เสียเลือดในระยะเบื้องต้น ทำให้มีภาวะไตวายเฉียบพลัน แต่หลังจากแพทย์ให้การรักษาพยาบาลแล้วมีแนวโน้มดีขึ้น

โดยผู้ป่วยสามารถแสดงการโต้ตอบกับผู้ดูและและคนที่ไปเยี่ยมได้ดี อย่างไรก็ตามในระยะ 24-48 ชัวโมง แพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามอาการ เนื่องจากเกรงว่าจะมีอาการไตวายเฉียบพลันร่วมด้วยหรือไม่

ดีเจอ้อนน้อย มอบตัว ร่ำไห้ขอโทษเหยื่อ-ตร.ให้ประกัน 1.5 แสน

“ดีเจ้อ้อนน้อย” มอบตัวตำรวจ ร่ำไห้ต่อหน้าสื่อ ขอโทษผู้เสียหาย อ้าง ทำไปเพื่อป้องกันตัว – ตร.แจ้งข้อหาให้ประกัน 1.5 แสนบาท

ดีเจอ้อนน้อย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาใช้แก้วน้ำกระแทกหน้า น.ส.พิชฤ์ บล็อกเกอร์สาว อายุ 28 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเย็บไป 100 เข็ม เหตุเกิดเหตุที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.60 ต่อมาทาง น.ส.เอิ๊ก บล็อคเกอร์บิวตี้ชื่อดัง ซึ่งเป็นพี่สาวของเหยื่อได้โพสต์คลิปลงโซเชียลเพื่อบอกเล่าเรื่องราว จนเป็นกระแสทั่วโลกออนไลน์

โดย ดีเจอ้อนน้อย เดินทางมาพร้อมกับ นายสุทัศน์ เกาไสยนันท์ ทนายส่วนตัวเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง โดย ดีเจอ้อนน้อย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเหตุการณ์วันนั้นตนเองทำไปเพราะต้องการป้องกันตนเองไม่ได้มีเจตนาทำร้าย เนื่องจากแฟนสาวถูกหาเรื่องก่อน

ขณะเดียวกัน ยืนยัน ว่าไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่ที่ยังไม่เข้ามอบตัวในทันที เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมเงินเพื่อมาประกันตัว และเข้าใจว่าจะมีการออกหมายเรียก โดยไม่คิดว่าจะถูกออกหมายจับ

นายสุทัศน์ ทนายความกล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธเนื่องจากไม่มีเจตนาทำร้าย ส่วนรายละเอียดวันเกิดเหตุยังไม่ได้พูดคุยกับลูกความ และยังไม่ได้ดูคลิปวิดิโอของพี่สาวผู้เสียหายที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุ เบื้องต้นพยานหลักฐานที่นำมาวันนี้ยังไม่เพียงพอ และจะกลับไปรวบรวมเพื่อนำส่งให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ได้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 150,000 บาท ยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านและไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการให้ประกันตัวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันไหน

คดีฆ่าทุบหัวสาว ได้ตัวผู้ต้องสงสัย ตร.คุม ผอ.โรงเรียนสอบเข้ม

กรณีเหตุฆาตกรรมทุบหัวสาวในห้องน้ำโรงเรียน จ.ตรัง ล่าสุดมีความคืบหน้า ตำรวจคุมตัว ผอ.โรงเรียน สอบสวน หลังพบเบาะแสจากวงจรปิด มุ่งปมชู้สาว

ความคืบหน้าคดีฆ่าทุบหัวสาวใหญ่เสียชีวิตภายในห้องน้ำรั้วโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กลายเป็นเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ หลังจากการสืบสวนสอบสวนเก็บหลักฐานต่างๆ พบเบาะแสจากพยานแวดล้อม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุนี้ไว้แล้ว

ตามรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัว นายวินิจ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ลัดดา อายุ 33 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่ง สภาพถูกทุบศีรษะ กะโหลกยุบ โดยผู้ต้องสงสัยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน หลังเจ้าหน้าที่พบเบาะแสที่เชื่อมโยงไปถึงตัว

โดยเฉพาะภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่พบเห็นรถกระบะเชฟโรเล็ต สีขาว ซึ่งเป็นรถของนายวินิจ ขับเข้าออกในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ โดยที่ไม่มีรถคันอื่นๆ ผ่านไปมาในช่วงเวลานั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างทำการสอบสวนอยู่ ส่วนปมเหตุฆาตกรรมครั้งนี้มุ่งไปที่ประเด็นหึงหวงและชู้สาว

รวบแล้ว 2 โจ๋รุมฟัน นร.ช่าง ดับกลางย่านพระราม 9

ตำรวจมักกะสันรวบ 2 โจ๋ รุมฟัน นร.ช่างเสียชีวิตกลางแยกเพชรพระราม ถ.พระราม 9 อ้า แค้นแทนน้องในชุมชนเดียวกัน ถูกกลุ่มผู้ตายต่อว่า

เมื่อคืนวานนี้ (26 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ตามจับกุมตัว นายโป้ง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี และ นายเอ็ม (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟแซด สีเทา มีดดายหญ้าเปื้อนเลือดยาวประมาณ 90 เซนติเมตรที่ใช้เป็นอาวุธทำร้ายร่างกาย นายศรัญญู อายุ 18 ปี นักเรียนเทคนิคฯ บริเวณกลางแยกเพชรพระรามตัดถนนพระราม 9 (โรงปูน) โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ในชุมชนโรงปูน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านของนายโป้ง

จากการสอบสวน นายโป้ง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน จู่ๆ นายเอ็ม ซึ่งเป็นน้องของเพื่อนที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน ขี่รถเข้ามาขอความช่วยเหลือ หลังมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ส่วนสาเหตุเกิดจากนายเอ็มไปมองหน้ากลุ่มวัยรุ่น ขณะกำลังซื้อของอยู่ริมถนนเพชรพระราม ก่อนจะถูกไล่ตามทำร้าย

ด้วยความโมโหแทนน้อง ตนจึงหยิบมีดดายหญ้าในบ้านซ้อนท้ายรถออกไปตามหา กระทั่งพบรถของวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ก่อนจะลงจากรถวิ่งเข้าไปก่อเหตุฟันใส่ 1 ครั้ง คมมีดถูกคนซ้อนท้ายคนที่สุดท้าย ทำให้เสียหลักตกจากรถ หลังก่อเหตุได้ซ้อนท้ายรถกลับมาที่บ้าน กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ยกย่องคุณพ่อใจแกร่ง เก็บเงินคืน 9,000 ทั้งที่ตัวลำบาก-ลูกป่วยสาหัส

จากเฟซบุ๊คคุณ Lovebam Sattayapong ได้เผยแพร่ภาพและข้อความว่า ขอชื่นชมการทำดีของ นายดนุพล สุธรรมมา หรือ อาร์ท พนักงานแผนกพิมพ์ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ที่เก็บกระเป๋าสตางค์ของ นางมาลี ม่วงทิม ซึ่งทำหล่นหายบนรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในกระเป๋าสตางค์มีเงิน 9,000 บาท แต่ นายดนุพล ไม่คิดอยากได้เป็นของตัวเอง ทั้งที่ตัวเองกำลังเดือนร้อนอย่างมาก นายดนุพล พยามติดต่อตามหาเจ้าของจนเจอ และคืนกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินทุกบาททุกสตางค์ให้เจ้าของเรียบร้อย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไปยังบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด และได้สอบถาม นายดนุพล ได้ความว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 12.10 น. นายดนุพล เรียกแท็กซี่จากที่พักเพื่อไปทำธุระย่านบางบัวทอง ขณะกำลังจะก้าวขึ้นรถทางด้านเบาะหลัง ก็เห็นกระเป๋าสตางค์ตกอยู่ จึงตัดสินใจไม่ขึ้นรถแท็กซี่คันนั้น พร้อมกับหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา เพื่อที่จะรีบตามหาเจ้าของโดยเร็วที่สุด

นายดนุพล ได้เปิดกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวออกมาดูบัตรประชาชน พบว่าเป็นของ นางมาลี ม่วงทิม และในกระเป๋านั้นมีเงินสดอยู่ 9,000 บาท จึงได้โทรศัพท์ปรึกษาหัวหน้างาน ในบริษัท แกรนด์สปอร์ต ว่าจะทำอย่างไรดี หัวหน้างานก็บอกว่าให้เข้ามาที่ออฟฟิศก่อน และโทรไปแจ้ง จส.100 ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของกระเป๋าสตางค์ ในที่สุดก็ตามหาตัวกันจนเจอ และมีการนัดส่งมอบคืนกันเรียบร้อย

นายดนุพล กล่าวว่า “ตอนนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวผมมีเงินเหลืออยู่แค่ 300 บาท เลยตัดสินใจว่าจะเดินทางไปยืมเงินคนรู้จักที่ย่านบางบัวทอง เพื่อที่จะนำเงินไปรักษา น้องโฟม ลูกชายวัย 3 ขวบ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในหลุมเผาถ่าน เนื้อที่ฝ่าเท้าและช่วงขาไหม้หมด ตอนที่ผมเรียกรถแท็กซี่ และเปิดประตูเพื่อจะขึ้นรถ ปรากฏว่าผมเจอกระเป๋าสตางค์ จึงได้หยิบกระเป๋าสตางค์ไว้แล้วบอกแท็กซี่ว่า ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปแล้ว”

“จากนั้นผมได้เปิดกระเป๋าสตางค์ดู ในนั้นมีเงินอยู่ 9,000 บาท พร้อมบัตรประชาชน ผมจึงได้โทรศัพท์ไปหาที่หัวหน้างานที่แกรนด์สปอร์ต หัวหน้างานจึงบอกว่าให้เข้ามาออฟฟิศก่อนจะติดต่อ จส.100 เพื่อตามหาเจ้าของมารับกลับไป เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศถามว่าทำไมไม่เอาสตางค์นี้ไปรักษาตัวของลูกชาย”

“ผมบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า ตอนนี้ผมไม่มีเงินผมยังเดือดร้อนเลย และเจ้าของกระเป๋าสตางค์ที่ทำหายก็คงเดือดร้อนเช่นกัน ผมเอาของเขาไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้ลูกชายผมจะประสบอุบัติเหตุ และฐานะทางการเงินของผมก็กำลังลำบากมาก แต่ ผมก็ไม่เคยคิดจะเอาสตางค์ของใคร”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพื่อนร่วมงานของ นายดนุพล ทราบว่า นายดนุพลเป็นคนที่ตั้งใจทำงานดี แม้จะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึง 1 ปีก็ตาม เป็นคนไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานมาตลอด พอเพื่อนร่วมงานมาเจอมรสุมชีวิต ก็รู้สึกสงสาร และให้กำลังใจ

ขณะเดียวกัน ต้นสังกัด ที่นายดนุพลทำงานอยู่ คือบริษัท แกรนด์สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด ได้ชื่นชมถึง การทำดี ซื่อสัตย์ มีสปิริต ของความเป็นมนุษย์ ของนายดนุพล ดังนั้น นายชัย นิมากร ประธานอำนวยการ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จํากัด พร้อมด้วย นายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการผู้จัดการบริษัท, นางนันทนิตย์ นิมากร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท กลุ่มผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน ได้มอบเงินเพื่อนำไปรักษา น้องโฟม ที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นจำนวน 56,000 บาท

หากท่านใดต้องการที่จะช่วยเหลือค่ารักษา น้องโฟม เด็กชายธีรภัทร สุธรรมมา เชิญบริจาคได้ที่ บัญชีของ นายดนุพล สุธรรมมา เลขที่บัญชี 078-2-828934 ธนาคารกสิกรไทย สาขาหัวหมาก