ข่าวทั่วไป

หนุ่มพิเรนทร์ คะนองขี่จยย.เข้าเซเว่น เบิ้ลเครื่องเสียงดัง

สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “คลิปมันเด็ดแชร์เยอะๆ” แชร์คลิปหนุ่มสุดพิเรนทร์ ขี่รถจยย.เข้าไปในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งยังทำหน้าระลื่นไม่มีสลด ก่อนจะเบิ้ลเครื่องส่งเสียงดัง ส่วนคนที่ถ่ายก็หัวเราชอบใจ สำหรับการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่มาใช้บริการ หรือแม้แต่กระทั่งพนักงานเอง หากพลาดพลั้งทำจ้าวของเสียหายจะเกิดอะไรขึ้น จะอยู่รับผิดชอบ หรือจะขี่หนีไป หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาวิจารณ์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้คาดว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง และมีการจับดำเนินคดีไปบ้างแล้ว

 

ข่าวทั่วไป

ไม่หวังขึ้นเงินเดือน!! สู้ชีวิตขาย’ชิ้นปิ้ง’

ไม่หวังลมๆแล้งๆขึ้นเงินเดือน ‘รองสวป.’สู้ชีวิตขาย’ชิ้นปิ้ง’

แหล่งรวมหนังสือการ์ตูนน่าอ่าน
จะรอทำไมความฝันลมๆแล้งๆเรื่องขึ้นเงินเดือน “รอง สวป.” ใช้เวลาว่าง สลัดเครื่องแบบมาเป็นพ่อค้าลูกชิ้นปิ้ง หารายได้เสริมจุนเจือครอบครัว เผยไม่เคยอายความสุจริต นี่สิของจริงจับต้องได้
พุธที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 14.51 น.
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีกระแสข่าวถึงการปรับขึ้นเงินเดือนตำรวจเพื่อลดการทุจริตด้วยการใช้อำนาจหน้าที่ แต่ก็มีตำรวจหลายนายที่ไม่ยอมรอความหวังลมๆแล้งๆ ด้วยการใช้เวลาว่างหลังเลิกงานหาทำอาชีพสร้างรายได้เสริมที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง เฉกเช่น ร.ต.ต.นพดล ครองมงคล รอง สวป.สภ.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ควักกระเป๋าลงทุนขายอาหารปิ้งย่างอย่างภาคภูมิใจ

ร.ต.ต.นพดล ได้เช่าพื้นที่ริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองท่าใหม่ ในการขายอาหารปิ้งย่างทานเล่น ประกอบด้วย หมูย่าง ตับย่าง ไส้กรอก ลูกชิ้น เห็ดต่างๆ บรรดาลูกค้าที่คุ้นเคยต่างก็แวะเวียนมาทักทายและอุดหนุน จากนั้นพอบอกเล่าปากต่อปากถึงความสะอาดและสชาติอร่อย ส่งผลทำให้มีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรเข้ามาซื้อไปกินกันเพียบ

ร.ต.ต.นพดล บอกว่าทุกเช้าก่อนทำงาน ตนจะช่วยแม่บ้านจัดเตรียมวัสดุต่างๆให้พร้อม จากนั้นคนในครอบครัวจะช่วยกันเสียบไม้ลูกชิ้นบรรจุลงแพ็คและเก็บไว้ในตู้แช่ พอเลิกงานก็จะรีบมาขายทันที ยืนยันว่าไม่เคยนึกอาย แม้บางคนแซวว่าเป็นตำรวจชั้นสัญญบัตรแต่กลับมาเป็นพ่อค้าลูกชิ้นปิ้ง เพราะมันคืออาชีพสุจริต จะรอทำไมเรื่องเงินเดือนขึ้น มันเป็นอนาคตยังไม่เกิดจริง แต่อาชีพเสริมนี่สิของจริงจับต้องได้.

 

ปาดคอลุงแท็กซี่วัย 63 ทิ้งศพกองขยะ คาดผู้โดยสารฆ่าชิงทรัพย์

คนขับแท็กซี่อายุ 63 ปี ถูกคนร้ายลวงไปฆ่าชิงทรัพย์ ทิ้งศพไว้บริเวณกองขยะ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTE2Mi81ODEyMTM4L2NkdmRkYy5qcGc=

(25 มี.ค.) ตำรวจ สภ.บางโทรัด เข้าตรวจสอบเหตุบริเวณกองขยะ ถนนเอกชัย สายเก่า ม.2 ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มก 9505 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมป่าหญ้าข้างทาง บริเวณเบาะหน้าพบคราบเลือดจำนวนมาก และ พบกระเป๋าคาดเอวสีดำวางอยู่บนพื้นรถ สภาพถูกรื้อค้น สมุดพกขนาดเล็ก 2 เล่ม ตกอยู่บนเบาะรถด้านคนขับและพบศพ นายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี คนขับแท็กซี่ นอนอยู่ริมป่าข้างทางใกล้รถแท็กซี่ สภาพมีบาดแผลถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ เป็นแผลยาวลึกเกือบถึงกระดูก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าช่วงเช้ามืดแท็กซี่คันนี้รับผู้โดยสารมาจากตำบลอ้อมน้อย ก่อนมีคนมาพบเป็นศพ โดยทรัพย์สินที่หายไปเป็นกระเป๋าสตางค์ จึงคาดสาเหตุเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพร้อมสอบสวนพยาน เพื่อติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

“เสี่ยโป้” เปิดใจรับยืมเงิน “กานต์ วิภากร” ไป 100 ล้าน เพราะเล่นพนัน

จากกรณี กานต์ วิภากร อดีตภรรยา เสก โลโซ โพสต์เฟซบุ๊กทวงเงิน เสี่ยโป้ อภิรักษ์ ชัชอานนท์

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTE0NS81NzI1NTY2L25ld3MwMi5qcGc=

ที่เจ้าตัวบอกว่า ยืมเงินไปมากถึง 60 ล้านบาทนั้น ก่อนที่ฝ่ายชายจะออกมาโพสต์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมแนบสลิปโอนเงินให้สังคมได้เห็นเป็นหลักฐาน และรับปากว่าจะทยอยคืนให้ทั้งหมดภายในปีนี้ พร้อมดอกเบี้ย

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปพูดคุยกับ เสี่ยโป้ อภิรักษ์ ก็ยอมรับว่าได้ยืมเงิน กานต์ วิภากร มาจริงๆ เป็นเงินจำนวนมากถึง 100 ล้านบาท โดยยืมมาประมาณ 4-5 ครั้ง ครั้งละ 20-30 ล้านบาท โดยครั้งแรกจำนวน 2 ล้านบาท ในช่วงที่กำลังจะขึ้นชกสังเวียนมวยกับ “อิคคิวซัง”

หลังจากนั้นก็จะเป็นการนำเงินไปเล่นการพนันที่ต่างประเทศ ซึ่งมีการนำโฉนดที่ดิน มูลค่า 5-10 ล้านบาท วางจำนองไว้ ในตอนนี้ตนก็ทยอยจ่ายคืน พร้อมดอกเบี้ยทุกวัน ปัจจุบันเหลืออีกราวๆ 60 ล้านบาท และยังทยอยจ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าจะใช้คืนให้หมดภายในปีนี้

ส่วนสาเหตุที่ กานต์ วิภากร ยินยอมให้ยืมเงินนั้น น่าจะเป็นเพราะตนจ่ายเงินคืนตรงเวลา อีกฝ่ายก็ได้ดอกเบี้ยจากตนด้วย แต่ยืนยันว่าฝ่ายหญิงไม่ได้ร่วมเล่นการพนันด้วยใดๆ

ขณะเดียวกัน “เสี่ยโป้” ไม่ขอตอบเรื่องปมชู้สาวกับ “กานต์” ระบุเพียงว่า ขอรับผิดเพียงผู้เดียว ส่วนแฟนของตนทราบตอนแรกว่าตนยืมเงินมาจาก “กานต์” 2 ล้านบาท เท่านั้น และมาทราบเมื่อไม่นานมานี้ว่ายืมมาทั้งหมด 100 ล้านบาท โดยยอมรับว่า หลังจากที่ออกมาเป็นข่าวก็เกิดกระทบกระทั่งกับแฟนสาวเช่นกัน

ขณะที่ประเด็นที่ “กานต์” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กทวงเงิน ก็น่าจะอยากให้ตนเป็นข่าวและออกมาพูดกับสื่อ เพื่อยอมรับว่าได้ยืมเงินจริงไปจริง แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นคงต้องไปถามจากฝ่าย “กานต์” ว่าเพราะอะไร

นักเดินป่าอึ้ง! พบซากเครื่องบินรบโบราณ สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์

นักเดินป่าพบซากเครื่องบินรบ บริเวณยอดเขานมสาว เขตรอยต่อระหว่าง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQxLzIyMDkxODIvOTU2NTQ5NjBfM2M0ZDFkZWEtYzVkMi00ZjVkLTkuanBn

คาดเป็นเครื่องบินสมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

วันที่ 2 พ.ค.2560 ว่าที่ร้อยเอกฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง และ จ.ชุมพร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-30 เม.ย.ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของ“อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนองและ จ. ชุมพร ได้ดำเนินการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพโดยเขตจัดการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่ 2 อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับทีมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

กระทั่ง ในวันที่ 28 เม.ย. ขณะเดินบนยอดเขาสูงได้พบซากเครื่องบินกระจัดกระจายอยู่บริเวณยอดเขานมสาว ในจุดปลายคลองพละเขตอทุยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง ซึ่งคาดว่าตกมานานหลายปี ทั้งนี้ชิ้นส่วนเครื่องบินบางชิ้นเป็นรูปปลาฉลามตัวสีเหลืองปากสีแดงมีฟันสีขาวและคาดว่าน่าจะเป็นที่โคนหางเครื่องบินมีรูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์ธงชาติไทยมีเลข 94 ซึ่งเครื่องบินทั้งลำน่าจะเป็นสีเขียว

นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนบางชิ้นเป็นช่องของใบพัดเครื่องบินกล่องสีขาวขนาดความกว้าง 6 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนา 2 นิ้วและมีที่เสียบสายไฟคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่กล่องมีภาษาอังกฤษเขียนกำกับและลำตัวเครื่องบิน ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ภายในและเป็นเครื่องบิน 2 ที่นั่ง คาดว่าน่าจะเครื่องบินโจมตี 2ชนิด คือ อาจเป็นแบบ T-6 และ T-28D ใช้สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

ชิต สายเบิร์น ชี้จุดขืนใจนักศึกษาบนเขา นับถึงสิบให้เหยื่อวิ่งหนี

 

ชิต สายเบิร์น ชี้จุดขืนใจนักศึกษาบนเทือกเขาภูพาน ให้เงินเหยื่อ 400 ก่อนนับถึงสิบให้วิ่งหนี

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA3My81MzY3ODc0L2RhZnNhZGdmLmpwZw== (1)

(16 ก.พ.) จากกรณีคดีสะเทือนขวัญนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.กาฬสินธุ์ ถูกคนร้ายก่อเหตุซิ่งรถกระบะปาดหน้า โดยใช้อาวุธปืนยิงเหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาชายรุ่นพี่ปี 3 เข้าที่ใบหน้า ส่วนรุ่นน้องซึ่งเป็นนักศึกษาสาวปี 2 คณะเดียวกันถูกลากขึ้นรถกระบะ แล้วทำการขืนใจก่อนนำมาปล่อยทิ้งไว้บนเทือกเขาภูพาน เหตุเกิดเมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

ต่อมา นายทิษณุ อายุ 30 ปี หรือ ชิต สายเบิร์น ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอคำม่วง เพราะเกรงว่าจะถูกวิสามัญเนื่องจากผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศจับตายหากพบมีการยิงต่อสู้ขัดขืนในระหว่างจับกุม

ล่าสุด พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ ตำรวจ สภ.นามน นำตัวคนร้ายพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ไปชี้รถกระบะแค็ปยี่ห้อโตโยต้า วีโก้สีดำ ทะเบียน บย 8560 ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ โดยเฉพาะบริเวณเบาะหลังแค็ปที่ใช้ขืนใจนักศึกษาสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้นำแพทย์เข้ามาเก็บหลักฐานตามร่างกายของผู้ต้องหา โดยการเก็บน้ำลายตามกระพุ้งแก้มและการเก็บเส้นผมเพื่อเป็นหลักฐานในคดี และนำไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่บริเวณที่คนร้ายพบเห็นสองนักศึกษา ชาย-หญิง ซึ่งขับรถมาติดไฟแดงตรงแยกทางเข้ามหาวิทยาลัย ถนนสายสมเด็จ-สกลนคร

จากนั้นได้ไปจอดรถข้างทางก่อนใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้นักศึกษาสาวถอดเสื้อผ้า แล้วลงมือขืนใจถึง 3 ครั้ง ก่อนขับรถขึ้นไปบนภูพานเพื่อเติมน้ำมันในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร และขับรถต่อไปยังจังหวัดสกลนคร แล้วทำการขืนใจนักศึกษาสาวอีก 1 ครั้ง ที่บริเวณริมถนนข้างทางพื้นที่ ต.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร ก่อนที่จะปล่อยตัวให้นักศึกษาสาววิ่งลอดลวดหนาม โดยนับ 1-10 ให้โอกาสหนี

จากนั้นก็ได้ขับรถกลับไปพื้นที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อทำการจอดทิ้งไว้ที่บ้านและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีขึ้นไปกบดานในป่ายางพารา โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนสาเหตุก็เกิดจากปัญหาในครอบครัวทะเลาะกับภรรยาจึงได้ดื่มสุราและเสพยาบ้า ทำให้เกิดอาการเมายาบ้าจึงก่อเหตุขึ้น

โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่า, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ, พาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ข่มขืนกระทำเชาเราผู้อื่น และกำลังจะแจ้งเพิ่มอีก 1 ข้อกล่าวหาคือ ชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้นำเงินของนักศึกษาจำนวน 1,000 บาท เพื่อทำการเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน จ.สกลนคร จำนวน 600 บาท ก่อนที่จะนำเงินให้นักศึกษาจำนวน 400 บาท และให้โอกาสนักศึกษาวิ่งหลบหนีไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.นามน ก่อนที่จะส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในวันพรุ่งนี้

 

ย่านนี้เถื่อน โจ๋ซ้อนรถชักดาบ ฟันคอนักเรียนโรงเรียนดังหวิดขาด

 

นักเรียนขาสั้นถูกฟันคอหวิดขาดเสียชีวิตคาที่ ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กลับบ้านกับเพื่อน ซ้ำมือมีดยังก่อเหตุกับนักเรียนอีกกลุ่ม ที่อยู่ห่างไป 500 เมตร

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA3Mi81MzYyMDYyL25ld3MxMy5qcGc=

เมื่อคืนวานนี้ (15 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตวจสอบสภาพศพ นายเบิ้ล อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ หลังถูกคนร้าย 2 คน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ตามมาฟันเข้าที่ลำคอด้านขวา บาดแผลลึกเข้าถึงหลอดลม เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตคาที่

จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณปากซอยบุญประชา ถ.หนามแดง-บางพลี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยพบอาวุธมีดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ 1 เล่ม ซึ่งไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ ขณะที่เพื่อนผู้ตายอีก 5 คน ที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะที่นายเบิ้ลกับเพื่อนๆ รวม 6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ซ้อนคันละ 3 คน เดินทางมาจากทางวัดหนามแดง มุ่งหน้าไปทางถนนศรีนครินทร์

นายเบิ้ลนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังสุดของรถจักรยานยนต์คันหลังที่ขับตามกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ทราบสีและทะเบียนตามมา เมื่อตามมาถึงคนที่นั่งซ้อนท้ายมาก็ชักอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 60 เซนติเมตรออกมาฟันไปที่ลำคอของนายเบิ้ลทันที ทำให้นายเบิ้ลเสียชีวิตทันที

 

จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปทางถนนศรีนครินทร์ และระหว่างทางห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้อาวุธมีดดาบไล่ฟันกลุ่มนักเรียนซ้ำอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มของผู้เสียชีวิต ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนเช่นกัน เหตุดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บไปอีก 3 ราย ในจำนวนนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกฟันเข้าที่ศีรษะและแขน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เทน้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งต่างสถาบัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะนำกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุว่าเคยมีความขัดแย้งกับใครหรือนักเรียนต่างสถาบันหรือไม่ เพื่อติดตามมือมีดโหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

 

หนุ่มเดินข้ามทางม้าลาย จู่ๆ เจอแท็กซี่พุ่งชน แถมต่อยหน้าพังยับ

 

(14 ก.พ.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจาก เฟซบุ๊ก Wipas Toon Wimonsate ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์เจออุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชนบนทางม้าลาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ. เวลา 19.30 น. ผู้โพสต์อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA2OC81MzQyODgyLzkuanBn

“วันดีๆ เสียเพราะแท็กซี่เลวๆ หนึ่งคน ขณะกำลังข้ามถนนกับเพื่อนเพื่อไปกินข้าวเย็นเวลา 19.30 น. เดินบนทางม้าลายข้ามมาได้สองเลนแล้ว รถจอดให้ทั้งสองเลน มาถึงเลนสุดท้ายซ้ายสุด แท็กซี่วัยน่าจะประมาณ 30 พุ่งมาแบบไม่คิดจะจอด

เราผงกหัวให้ขอให้จอด ดูเหมือนมันจะชะลอลง เรากับเพื่อนก็ก้าวต่อ แท็กซี่ดันพุ่งต่อเข้ามาใส่ เราตกใจใช้เท้ายันด้านข้างของหน้ารถมันเพื่อโดดถอยกลับ แท็กซี่เลยเบรกจอด เพื่อนกระโดดหนีขึ้นฟุตปาธไปได้ (ไม่งั้นเพื่อนคงโดนชน)

แท็กซี่เปิดประตูมา ดันกระแทกใส่ขาเราอีก เราก็ดันประตูกลับ ก็เจ็บนี่หว่า มันดันตัวออกมาแล้วต่อยเรารัวๆ เราได้แต่ป้องกันตัว โชคดีที่พี่วินสองสามคนเข้ามาช่วยเราไว้และขู่แท็กซี่ มันเลยหยุดแล้วขับหนีไปดื้อๆ

ก็แจ้งตำรวจไป พี่วินเรียกปอเต็กตึ๊งเอารถพยาบาลมารับไปหาหมอ เย็บ 4 เข็มที่คิ้วข้างซ้าย (พี่วินบอกว่าแท็กซี่น่าจะใส่แหวน) กระดูกจมูกร้าว หน้าด้านซ้ายช้ำ จบจากหมอก็ไปหาตำรวจ (สามีของเพื่อนมารับ) แจ้งความไป ตำรวจบอกจะเอาเรื่องให้หนัก กำลังตามจับตัวอยู่ แต่ยังติดต่อศูนย์แท็กซี่ไม่ได้

#ข้ามถนนเมืองกรุงยังยากเหมือนสมัยสรพงษ์ยังหนุ่ม #เลือดสาด #พาวเวอร์แบงค์กระเด็นหาย #สร้อยคอขาดกระเด็นหาย #กรุงเทพชีวิตดี๊ดี”

วาเลนไทน์ปีนี้หวานชื่น ตร.จราจรแจกดอกกุหลาบให้แต่เช้า

 

(14 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันวาเลนไทน์ 2561 เริ่มต้นอย่างคึกคัก หลายพื้นที่มีการจัดกิจกรรมให้กับคู่รักอย่างหวานชื่น โดยเฉพาะอาคารไปรษณีย์กลาง สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ที่มีรายงานว่ามีคู่รักจำนวนมาก รอต่อคิวเข้าจดทะเบียนสมรสตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA2Ny81MzM4MDY2L25ld3MwNy5qcGc=

 

ขณะที่โซเชียลมีเดียโพสต์ภาพน่ารักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าข้าม ในเช้าวันนี้ได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกบนถนนพระราม 2 โดยมีประชาชนได้รับดอกกุหลาบเป็นของขวัญในวันแห่งความรัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งมอบให้กับผู้ขับขี่ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน อีกทั้งยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่ทั่วประเทศก็นิยมมอบดอกกุหลาบเช่นนี้

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนยังพบว่า คอนโดนิเนียมบางแห่งได้ทำการแปรอักษรจากดวงไฟบนตัวอาคาร ให้กลายเป็นรูปหัวใจ เพื่อตอนรับวันวาเลนไทน์อีกด้วย
วข้อง

 

ประวิตร งดพูด หมอธี วิจารณ์ควรลาออกปมนาฬิกา

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชุมคณะรัฐมนตรี

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTA2NS81MzI2ODIyLzEuanBn

 

แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดใด กับสื่อมวลชนแม้จะพยายามถามถึงกรณี ที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร ว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว นั้น ซึ่งพล.อ.ประวิตร แต่ได้หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลไปทันที

ทางด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรอง ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่เรือนแรกแล้ว นั้น เรื่องนี้ส่วนตัวได้ทราบจากกระแสข่าวที่มีออกมาเช่นกัน ขอไม่ออกความเห็นใด ๆ และไม่ทราบเจตนารมย์
ในการพูดครั้งนี้ของนพ.ธีระเกียรติ

ส่วนเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดรอยร้าว ในคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ขอให้ไปถามจากนายกรัฐมนตรีเอง